fbpx
Menu
Marketing Transformation

อัปเดทพัฒนาการ “Video marketing” ในวันที่ AI จำเป็นมากขึ้น

In Summary

  • ไม่ใช่ว่า “ควรใช้” แต่นักการตลาดทั่วโลกรู้แล้วว่าจะ “ต้องใช้” เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (Artificial Intelligence) หากคิดจะทำวิดีโอมาร์เก็ตติ้ง (Video marketing) ที่ทรงพลัง
  • เหตุผลที่ทำให้เอไอ (Artificial Intelligence) มีอิมแพคมากขึ้นในวงการวิดีโอมาร์เก็ตติ้งคือพฤติกรรมผู้บริโภคซึ่งเห็นได้ชัดในช่วง Covid-19 ที่แบรนด์อสังหาฯสามารถขายบ้านหรือคอนโดหรูแบบออนไลน์ได้ด้วยการใช้เอไอ คู่กับวิดีโอ 
  • “เอไอ + วิดีโอมาร์เก็ตติ้ง = ยอดขายกระฉูด” จึงเป็นสมการที่ชัดเจนว่าเอไอช่วยให้นักการตลาดประหยัดต้นทุน แถมยังยกระดับประสบการณ์ลูกค้าจนเปลี่ยนเกมการแข่งขันสุดโหดที่ต้องเผชิญได้

วิดีโอมาร์เก็ตติ้งนั้นเกิดขึ้นบนโลกมานานนมแล้ว นับตั้งแต่มีอุตสาหกรรมทีวี ชาวโลกก็ได้สัมผัส “การตลาดด้วยวิดีโอ” ในหลายรูปแบบเรื่อยมาจนถึงยุคดิจิทัล สาระสำคัญของวิดีโอมาร์เก็ตติ้งจึงไม่ได้อยู่ที่วิดีโอเท่านั้น แต่อยู่ที่การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งกลายเป็นทุกอย่างของวิดีโอมาร์เก็ตติ้งในวันนี้

ผลกระทบที่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลในวงการวิดีโอมาร์เก็ตติ้งนั้นเด่นชัดมากเมื่อเทียบกับในอดีต ก่อนหน้านี้ โฆษณาชิ้นหนึ่งจะฮ็อตได้ก็เมื่อมีความคิดสร้างสรรค์โดนใจคู่กับพลังเงินที่ต้องอัดฉีดให้สมน้ำสมเนื้อ แบรนด์จึงต้องจ้างเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังให้ทำวิดีโอโฆษณา 30 วินาที แล้วเทเงินมหาศาลซื้อสื่อทั้งทีวีหรือหนังสือพิมพ์เพื่อจะได้มีพื้นที่เผยแพร่  แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในวันที่ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตขยายตัว วิดีโอโฆษณากลายเป็นเรื่องของดาต้า การวิเคราะห์ และอัลกอริธึม ทำให้กูเกิลและเฟซบุ๊กกินรวบรายได้โฆษณาที่เคยเป็นของสื่อเก่าได้เป็นกอบเป็นกำ

แกนหลักของการตลาดด้วยวิดีโอในวันนี้จึงถูกเปลี่ยนมาเป็นความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้วิดีโอของแบรนด์ไม่จมหายไปกับมหาสมุทรวิดีโอที่มีบนโลก งานใหญ่จึงตกอยู่ที่เอไอที่กลายเป็นแรงผลักดันให้แพลตฟอร์มวิดีโอมาร์เก็ตติ้งพัฒนาขึ้นจนเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม รวมถึงแบรนด์ที่สามารถใช้เอไอเลือกพรีเซนเตอร์ในวิดีโอได้เหมาะสม เพราะเอไอสามารถบอกได้เลยว่าอินฟลูเอนเซอร์รายไหนขายสินค้าได้ดีกว่ากัน

Photo from: Freepix

ขายคอนโดหรูบนออนไลน์ด้วยปัญญาประดิษฐ์คู่วิดีโอ

สำหรับช่วงหลังเกิดวิกฤติ Covid-19 หนึ่งในตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนว่าเอไอและการตลาดวิดีโอสามารถทำงานร่วมกันได้ดีมาก คือบริษัท Duvora ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถขายอสังหาฯหรูราคาตั้งแต่ 5-30 ล้านเหรียญสหรัฐด้วยช่องทางออนไลน์โดยใช้เอไอและวิดีโอเป็นหลัก

การใช้เอไออย่างสร้างสรรค์ ทำผลกำไรให้ดูโวรามากกว่าการทำวิดีโอทัวร์ชมบ้านหรูแบบปกติ แพลตฟอร์มของดูโวรานำเอไอมาผสมกับวิดีโอถ่ายทอดบรรยากาศอสังหาฯหรูหราในแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และนิวยอร์ก รวมถึงในต่างประเทศเช่นสเปน เพื่อให้เอไอสามารถประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับฉากที่ปรากฏในวิดีโอ แล้วจึงสร้างลำดับเวลาว่าฉากนี้ปรากฏที่ไหนและเมื่อไร ทำให้เอไอจะสามารถจำแนกจดจำห้องพักแต่ละห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน รวมถึงโครงห้องทั้งห้องนอนและห้องครัว รวมถึงพื้นที่ใช้สอย และลักษณะอื่นๆของทรัพย์สิน

จากนั้นเอไอจะติดตามประสบการณ์การชมที่เกิดขึ้นจริงของผู้ใช้ ทั้งข้อมูลเวลาการเข้าชมห้องพักที่มีระยะเวลาการเปิดดูนานแบบอ้อยอิ่งที่สุด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่ที่ถูกดูซ้ำ ๆ ที่สำคัญคือความถี่ในการดูวิดีโอแต่ละครั้ง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาสร้างเป็นโปรไฟล์ของผู้เข้าชม ซึ่งจะมีข้อมูลพฤติกรรมสำหรับมอบให้ตัวแทนหรือเอเยนต์อสังหาริมทรัพย์นำไปใช้ประโชน์ต่อไป

ดีเร็ก เดเวอร์ (Derek Devor) ผู้ก่อตั้ง Duvora ยืนยันว่าแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับหรูที่ลงทุนในการตลาดวิดีโอแบบ เอไอจะเห็นผลตอบแทนจากการลงทุน (Retorn of Investment) ที่สูงกว่าการลงทุนในการถ่ายวิดีโอแบบดั้งเดิม เพราะเอไอช่วยให้ตัวแทนฯมีความเข้าใจถ่องแท้ ถึงสิ่งที่ผู้ซื้อกำลังมองหา ส่งให้วงจรการขายสั้นลงอย่างชัดเจนจับต้องได้ 

ดังนั้นการใช้เอไออย่างถูกวิธี ที่รวมกับวิดีโอคุณภาพสูง ก็สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ทันที ไม่ว่าอุตสาหกรรมจะเกิดวิกฤติใดก็ตาม

นอกจากนี้ Duvora ยังมองว่าเอไอในการตลาดวิดีโอ เป็นตัวช่วยให้อุตสาหกรรมอสังหาฯ มีช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเต็มที่ แถมยังแก้ความกังวลของผู้ใช้เฉพาะคนได้ ทั้งเรื่องขนาดของสินทรัพย์ ตำแหน่งความใกล้ไกลกับเพื่อนบ้าน และการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียง ขณะเดียวกันก็มอบประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์

ระบบติดตามเอไอในวิดีโอมาร์เก็ตติ้งไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลพฤติกรรมการดูวิดีโออสังหาริมทรัพย์ของลูกค้า แต่เมื่อรวมกับข้อมูลหลายบริการ ระบบนี้จะสามารถระบุคุณสมบัติสินทรัพย์ในอนาคตที่ควรจะแสดงได้ด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายที่โดนใจยิ่งขึ้น

Photo from: Freepix

ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่ทุกอย่าง

แม้การลงทุนเอไอให้การตลาดผ่านวิดีโอจะสามารถผลักดันให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าและแข่งขันได้ดีขึ้น แต่บริษัทก็ยังต้องมีแนวทางปฏิบัติเสริมอย่างน้อย 3 ทางที่จะทำให้เอไอเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดวิดีโอให้ดีขึ้นไปอีก 

ทางแรกคือการสร้างสรรค์วิดีโอให้หลากหลาย เพื่อสร้างตัวเลือกที่แตกต่างในเนื้อหาวิดีโอให้เอไอสามารถเรียนรู้ผ่านผลลัพธ์ที่ต่างกัน

ทางที่สอง คือแบรนด์ควรมีกระบวนการตรวจสอบผู้เข้าชมวิดีโอซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้เข้าชมซ้ำมักจะมีพฤติกรรมที่ต่างกันในการชมครั้งที่สอง การใช้เอไอเพื่อศึกษาความแตกต่างนั้น แล้วติดตามหรือเผยแพร่เนื้อหาแบบเฉพาะบุคคล ก็อาจจะสร้างรายได้ที่จับต้องได้

ทางที่ 3 คืออย่าใช้รูปถ่ายภาพนิ่ง หากแบรนด์ต้องการเปลี่ยนไปใช้การตลาดวิดีโอเอไอก็ควรใช้วิดีโอทำตลาดให้เต็มที่ไปเลยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจงลืมภาพถ่ายนิ่งๆไปเลย หรือใช้ภาพถ่ายบนช่องทางดิจิทัลให้น้อยที่สุด วิธีนี้ถูกมองว่าสามารถให้ความรู้สึกทันสมัย สมเป็นประสบการณ์ด้านการตลาดในศตวรรษที่ 21 ที่เอไอกำลังเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

ที่เหลือ แบรนด์สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอไอทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความคุ้มค่าให้กับเม็ดเงินที่ลงทุนไป และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่สามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ดีขึ้น รวมถึงการสร้างประสบการณ์ทรงพลังให้แบรนด์เป็นที่ประทับใจของคนยุคดิจิทัล

Source:

เปลี่ยนชีวิตด้วยกระดาษหนึ่งใบกับคอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life

 

แค่เตรียมกระดาษหนึ่งแผ่น ปากกาหนึ่งด้าม และหนึ่งสมองสองมือ

สวมวิญญาณนักออกแบบ เรียนรู้เครื่องมือการออกแบบทางจิตวิทยา

กระดาษใบเดียวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชีวิตการทำงานของคุณ

พาคุณไปหางานที่ใช่ และประสบความสำเร็จในงานที่ตรงใจ

No Comments

    Leave a Reply