6 เหตุผลที่ Venture Capital (VC) ไม่อนุมัติการลงทุนกับสตาร์ทอัพของ

Mar 9, 2020 1 min read
6 เหตุผลที่ Venture Capital (VC) ไม่อนุมัติการลงทุนกับสตาร์ทอัพของ

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับการที่เห็น VC (Venture Capital) อนุมัติเงินให้กับบริษัทมาแล้วมากมาย อย่างที่เป็นข่าวให้ฮือฮากันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลามีบริษัทที่เป็นยูนิคอร์นกันแต่ละครั้ง ก็ยิ่งสร้างความตื่นเต้นกันไปทั้งวงการ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วในแต่ละวัน VC แทบจะเซย์โนกับบริษัทเป็นจำนวนมากถึงกว่า 99% ด้วยกัน หรือพูดง่ายๆ มีการลงทุนจริงๆ แค่ 1% เท่านั้นเอง 

ซึ่งว่ากันตามตรง ก็มีปัจจัยหลายๆ ด้านที่ทำให้ VC ต้องปฏิเสธ  แต่เหตุผลหลักๆ ที่เราจะมาเจาะลึกในวันนี้ก็คือประเด็นด้านระยะแรกเริ่มของเทคโนโลยี (Early-stage technology) ซึ่ง Early-stage ในที่นี้คือช่วง pre-seed, seed และ Series A นั่นเอง


1. Market-related reasons เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการตลาด 

เหตุผลดังกล่าวก็อาทิเช่น 

  • โอกาสไม่ใหญ่มากนัก : ส่วนใหญ่ VC มักอยากจะลงทุนกับบริษัทที่พร้อมจะสร้างสรรค์ในเรื่องใหญ่ๆ หรือสเกลใหญ่ๆ หรือการสร้างสิ่งที่ดูน่าสนใจและมีประโยชน์จริงๆ ในตลาด  ถ้า VC ไม่เห็นทิศทางเดียวกันกับคุณ ก็ลำบากหน่อย และนี่ก็คือเหตุผลที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ เมื่อ VC ปฏิเสธ 
  • คุณเร็วเกินไปสำหรับตลาดปัจจุบัน : กรณีนี้ นักลงทุนอาจจะชอบไอเดียของคุ​ณ แต่บางครั้ง ณ​ ตอนนั้น ธุรกิจของคุณอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง และไม่ตอบสนองความต้องการทางการตลาด เพราะอย่าลืมว่านักลงทุนเขาก็ต้องมองในระยะยาวด้วย 
  • ยังไม่ถูกใจเทรนด์หรือกระแสในตอนนี้ : กรณีนี้ VC อาจจะรู้สึกว่า ผิดเวลาไปหน่อยที่จะลงทุนกับบริษัทของคุณ อาจจะเป็นเพราะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในเชิงเทคโนโลยี กฎหมาย หรือพฤติกรรมการซื้อของต่างๆ เป็นต้น
  • บริษัทใหญ่ๆ สามารถทำเหมือนคุณได้ง่ายๆ : สิ่งที่คุณทำอาจจะไม่ได้แตกต่างจากบริษัทใหญ่ๆ ที่มีต้นทุนและพร้อมที่จะทำในสิ่งที่คุณทำได้เช่นกัน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลยอดฮิต แต่ถ้ามองตามความเป็นจริง มันก็ถูกแล้ว ลองคิดในมุมนักลงทุนดูก็ได้ว่า ถ้าเราลงทุนในบริษัทที่พร้อมจะล้มหายตายจากไปทันทีที่ยักษ์ใหญ่ขยับตัว เราจะกล้าลงทุนหรือ? 
  • แนวความคิดซ้ำกับบริษัทอื่นๆ เยอะไป หรือ ไม่มีคู่แข่งที่แตกต่าง : การที่ตัวสินค้าหรือบริการซ้ำกับบริษัทอื่นๆ มากเกินไป Venture Capital (VC) ก็อาจจะมองว่ายากที่จะทำให้คุณโดดเด่นมาจากกลุ่มบริษัทเหล่านั้นนั่นเอง

2. Founder/Team-related เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้ก่อตั้งหรือทีมงาน 

  • Founder หรือทีม มีความหลากหลายมากเกินไป : เรื่องนี้อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ founder หรือผู้ก่อตั้งหลายๆ คนไม่เข้าใจ เพราะเราคุ้นเคยแต่แนวความคิดว่า ทีมควรจะมีความหลากหลาย แต่สำหรับ VC แล้ว การที่มีความแตกต่างเกินไปในทีม ก็อาจจะทำให้มีปัญหาในการทำงานระยะยาวได้ เพราะมันหาจุดลงตัวไม่ได้สักที 
  • ไม่มีตัวหลักในการทำงาน :ในระยะแรกเริ่มผู้ก่อตั้งบางองค์กรอาจจะจ้างแต่ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น วิศวกร หรือแผนกคอมพิวเตอร์ มากเกินไป เพราะใส่ใจแต่การวางระบบ แต่หัวใจสำคัญอย่างทีมงานด้านการบริหารหรือการตลาดอาจจะตกหล่นไป ทำให้ Venture Capital (VC) ไม่สนใจที่จะลงทุนด้วย
  • ผู้ก่อตั้งไม่ใส่ใจในเนื้องาน : Founder บางคนอาจจะสนใจแต่การทำรายได้ ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีความใส่ใจในเนื้องานหรือการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง คือกรณีนี้ แปลว่ามุ่งแต่การหารายได้ และมีจุดอ่อนเรื่องการแก้ปัญหา ทำให้บริษัทอาจประสบความยากลำบากในระยะยาวด้วย 
  • ไม่มีการโฟกัส : VC มองว่าคุณกำลังทำอะไรหลายอย่างเกินไป ไม่โฟกัสจุดใดจุดหนึ่ง เช่น มีสินค้าหลายแบบ กลุ่มลูกค้าหลากหลาย หรือมีแผนการหารายได้เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าแบบไหนดีที่สุดหรือมีประสิทธิภาพที่สุด 
  • บุคลิกภาพและการวางตัว : การมีมารยาทถือว่าสำคัญ ผู้ก่อตั้งบางคนอาจจะประพฤติตัวไม่เหมาะสม (ซึ่งนี่คือเรื่องภาพลักษณ์โดยรวมของบริษัทล้วนๆ ) จึงทำให้ VC ไม่ประทับใจ
  • ความซื่อสัตย์ : การลงทุนส่วนใหญ่ มักเป็นการลงทุนระยะยาว ถ้า VC ต้องทำงานกับ Founder ที่ไม่ซื่อสัตย์ในการทำงาน สุดท้าย ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่ลงทุนด้วย เพราะคนไม่ซื่อสัตย์ อยู่กับใครก็คงไม่รอด 
  • ประวัติการทำงานไม่ดีนัก : VC บางคนก็มักจะสอบถามความเห็นจากคนที่เคยร่วมงานกับคุณมาก่อน ซึ่งถ้าผลออกมาในทางลบ คุณก็ต้องทำใจและยอมรับมันว่า มันส่งผลให้ VC มองคุณในแง่ลบไปด้วย 
  • CEO หรือ Founder ไม่มีความน่าสนใจ : พูดง่ายๆ ว่าอาจจะเป็นคนที่ไม่ชัดเจน ไม่มีวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ หรือไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองจะทำมากพอ แบบนี้ก็ทำให้ VC เมินได้เหมือนกัน 

3. Individual investor or firm-related เหตุผลเกี่ยวกับตัวบริษัท หรือนักลงทุนเอง 

  • เป็นธุรกิจที่ไม่อยู่ในพื้นที่ที่น่าสนใจ : VC อาจจะไม่สนใจในตำแหน่งหรือที่ตั้งบริษัทของคุณ หรือไม่มีนโยบายจะลงทุนกับบริษัทที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ เช่นในบางจังหวัดที่เขาไม่เห็นว่าจะพัฒนาอะไรได้ หรือในพื้นที่ ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ดูไม่เข้ากับสิ่งที่บริษัทคุณกำลังจะทำ 
  • VC มีสิ่งที่ตั้งตารออยู่แล้ว : การ Pitch ของบริษัทคุณไม่ใช่ไม่ดี แต่บางครั้ง VC ก็มีสิ่งที่ตั้งตารอในใจอยู่แล้ว ไม่ใช่ทุกไอเดียของสตาร์ทอัพจะถูกใจเหล่า VC อันนี้ต้องท่องไว้ เพราะการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ 
  • มีความ Capital-intensive (เน้นแต่การลงทุนเรื่องเม็ดเงินมากเกินไป) : สตาร์ทอัพบางเจ้าอาจจะมีความต้องการในเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก อย่างบริษัทผลิตหุ่นยนต์หรือสิ่งที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ VC บางเจ้าไม่สามารถจะลงทุนตรงนั้นได้ เพราะใช้เงินจำนวนมหาศาล
  • ระยะเวลาไม่เหมาะสม : VC บางคนมักจะมี stage หรือช่วงเวลาในการลงทุนอยู่แล้ว บางคนเน้น seed funding บางคนลงทุน series A เป็นต้น เพราะแต่ละบริษัทก็มีเป้าหมายแต่กต่างกันเป็นธรรมดา 

4. Fundraising-related เหตุผลเกี่ยวกับการระดมทุนล้วนๆ 

  • การนำเสนอไม่ดีพอ : การ Pitch หรือนำเสนอแนวคิด ถือเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ลองหาคำปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์เพื่อคอมเมนต์การนำเสนอของคุณ ทั้งตัวสไลด์ หรือรูปแบบการนำเสนอ อย่างการสะกดคำ รูปภาพ ก็มีส่วนต่อการตัดสินใจทั้งหมด
  • เงื่อนไขที่ไม่พึงประสงค์ : แน่นอนว่าต้องมีการต่อรองพูดคุยกับ VC อยู่แล้ว แต่บางเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องของการแบ่งหุ้น สิทธิในการตัดสินใจต่างๆ พวกนี้ก็อาจมีปัญหา 
  • ใส่ใจการ pitch ในอีเมล : ถ้าอยากให้ VC ลงทุนกับคุณ คุณต้องใส่ใจหาข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนเมลหา VC ด้วย เช่น ต้องแนะนำตัวให้ละเอียด ใช้ภาษาที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้น นอกจากจะไม่น่าสนใจแล้ว VC จะรู้สึกถึงความไม่ตั้งใจของคุณเอาได้

5. Product or tech-related เหตุผลเกี่ยวกับตัวสินค้า 

  • เทคโนโลยีอาจยังดีไม่เพียงพอ : เหตุผลนี้ เนื่องจากคุณอาจจะยังไม่เจาะจงลงรายละเอียดมากพอในเรื่องของตัวเทคโนโลยีที่คุณจะใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการออกมา  แต่เนื่องจากตอนนี้อะไรๆ ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเจ๋งๆ เพราะฉะนั้นถ้าเทคโนโลยีไม่ดีมากพอ VC ก็จะปฏิเสธคุณได้ 
  • มีแค่ไอเดียอย่างเดียว : ถ้าบริษัทของคุณมีการนำเสนอเพียงแค่ไอเดียและคอนเซปต์ แต่ไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาจริงๆ ได้ VC หลายๆ กลุ่มก็อาจจะไม่สนใจการ pitch ของคุณ เพราะเขานึกภาพไม่ออกว่าหน้าตามันจะเป็นยังไงกันแน่ และได้รับความสนใจจากตลาดมากน้อยแค่ไหน 
  • ไอเดียดี แต่ไม่น่าดึงดูด : แม้ VC จะมองว่าไอเดียของคุณดีและน่าสนใจ แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่สามารถดึงดูดกลุ่มคนจำนวนมากให้ซื้อสินค้าของคุณได้ 
  • ผลิตภัณฑ์ของคุณไม่ดีพอ : การไม่มีผลิตภัณฑ์มานำเสนอนั้นถือว่าแย่แล้ว แต่การที่มีผลิตภัณฑ์ออกมา แต่ไม่สามารถทำงานได้ดีมากพอ นี่ถือว่าแย่หนักเข้าไปอีก เพราะใครจะไปมั่นใจกับคุณว่าเมื่อผลิตขายออกมาในตลาดแล้วจะอยู่ได้จริงๆ  

6. Business model or progress-related เหตุผลเกี่ยวกับรูปแบบการหารายได้ หรือ พัฒนาการของสินค้า 

  • โมเดลธุรกิจไม่ถูกใจ VC : VC อาจจะมองว่าโมเดลธุรกิจของคุณเจาะกลุ่มเป้าหมายผิดกลุ่ม หรือราคาที่ตั้งไว้อาจถูกเกินไป ทำให้เหล่า VC ไม่มั่นใจในโมเดลธุรกิจของคุณ
  • โมเดลไม่สามารถขยายได้ : ทุกๆ บริษัทควรจะสามารถขยายสเกลให้เติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ โดยการที่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังคนเพิ่มขึ้น (repeatable)  ซึ่ง VC มักจะมองในมุมนี้ด้วย

นี่ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างจากที่เราได้รวบรวมข้อมูลมาเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ VC ไม่พร้อมจะลงทุนกับคุณ สิ่งเดียวที่จะช่วยได้ ก็คือพัฒนาสินค้า และทดลองต่อไป จนกว่าจะพบหนทางที่เหมาะสม และเจอ VC ที่เห็นคุณค่าของคุณจริงๆ นั่นเอง 

ที่มา https://entrepreneurshandbook.co/the-real-reasons-why-a-vc-passed-on-your-startup-917c30103ecb

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.