fbpx
Menu
The Open Source

วางแผนการเงิน “ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ฉบับ หมอนัท คลินิกกองทุน

บทความพิเศษจาก : น.สพ. ธนัฐ ศิริวรางกูร หรือ หมอนัท คลินิกกองทุน
“จากนายสัตวแพทย์ สู่ “ผู้วิเคราะห์กองทุน” และ “ที่ปรึกษาด้าน Wealth management & Fintech”

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ในช่วงเวลาที่โรคระบาด COVID-19 นี้กำลังทำให้ทั้งเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนผันผวนอยู่นี้ ผมก็ได้รับข้อความหลังไมค์มามากมายเกี่ยวกับเรื่องการจัดการการเงินในช่วงที่เศรษฐกิจขาลงว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง เพราะว่ารายได้ที่มีก็ลดลง แต่หนี้สินก็มีอยู่ อยากลงทุนก็อยากลงทุนเพราะว่าเห็นหุ้นลงมาเยอะ ลงทุนตอนนี้เลยดีไหม และอีกหลาย ๆ คำถามมากมาย

ดังนั้นวันนี้ผมจะเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ในการวางแผนการเงินเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี และก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นอีกนานแค่ไหนกันครับ

ก่อนอื่นเลยครับ ถ้าหากเราอยากผ่านพ้นวิกฤตินี้ไป และก่อนที่จะไปทำตามแนวทางที่ผมจะนำมาเล่านั้น ผมอยากให้นักลงทุนทุกท่านตั้งใจ และต้องมี “สติ” ก่อนครับ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เมื่อเรามีสติ สตางค์จะตามมาครับ ก็เหมือนกับตอนที่ที่เราพูดติดปากกันว่า “สติ-สตางค์” นั่นเอง

คราวนี้เรามาดูขั้นตอน 5 ขั้นตอน ที่ใช้ในการจัดการการเงินเวลาเกิดวิกฤติกันครับ

  1. จัดการรายรับ-รายจ่าย แบบมองไปข้างหน้า

ก่อนอื่นเลยครับ เมื่อเกิดวิกฤติขึ้น ผมแนะนำให้นักลงทุนลองกลับมองมาที่รายรับ-รายจ่ายของเราก่อนเลย เนื่องจากรายได้ที่เราลดลงจะส่งผลกระทบต่อการกินอยู่ของเราอย่างแน่นอน 

แต่การทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นมีข้อควรระวังอย่างนึงครับ นั่นก็คือการทำบัญชีรายรับรายจ่ายต้องไปทำไปข้างหน้า หรือเป็นการกำหนดงบประมาณในแต่ละเดือนนั่นเอง ไม่ใช่การทำย้อนหลังนะครับ การทำย้อนหลังเพื่อให้เราเห็นว่ารายจ่ายอะไรบ้างที่เราเคยมี จัดแบ่งกลุ่มรายจ่าย เพื่อคัดเลือกรายการที่ไม่จำเป็น แบบนี้ก็จะทำให้เราสามารถลดการจ่ายลงได้บ้างครับ

ทั้งนี้การทำจ่ายรับรายจ่ายล่วงหน้าจะทำให้เราได้เห็นว่าเงินที่เรามีอยู่ และรายได้ที่ลดลงนั้นเพียงพอต่อการใช้ในแต่ละเดีอนหลังจากนี้ไปได้อีกกี่เดือน หรือว่าสามารถอยู่ได้รอดพ้นวิกฤติไปหรือไม่นั่นเองครับ

  1. บริหารจัดการหนี้

หลังจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว จะทำให้เรารู้แล้วว่ามีรายได้ที่ลดลงนั้นสามารถที่จะอยู่ได้หรือไม่อย่างไร หากอยู่ไม่ได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอเหมือนแต่ก่อนก็ให้ลดรายจ่ายบางอย่างลง เช่นรายจ่ายที่เกี่ยวกับสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ ส่วนรายจ่ายประจำเช่นการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ นั้นบางครั้งเราก็อาจจะมองว่าเป็นส่วนที่ลดลงไม่ได้ แต่ผมอยากจะบอกว่าทุกท่านอาจจะ “เข้าใจผิด” ครับ 

เพราะว่าในช่วงวิกฤติแบบนี้ ถ้าหากเราได้ลองเข้าไปคุยกับธนาคาร หรือเจ้าหนี้ของเรา และเล่าเรื่องที่รายได้ลดลงของเราให้ทางสถาบันการเงิน หรือเจ้าหนี้ฟัง ผมเชื่อว่าน่าจะได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือได้รับการช่วยเหลือในเรื่องการเลื่อนจ่ายดอกเบี้ย ยืดระยะเวลา การลดดอกเบี้ย หรือ ผ่อนแต่ดอกเบี้ย ก็เป็นไปได้ครับ

โดยเฉพาะวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่าง COVID-19 นี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาเยอะแยะมากมายเลยครับ ซึ่งธนาคารเกือบทุกที่ก็ตอบรับ ออกมาตรการต่าง ๆ มากมายเลย เช่นลดการจ่ายหนี้ลง 40% จากยอดเดิมเป็นเวลา 1 ปี หรือ ทำการพักชำระหนี้ไป 3- 6 เดือนเลย ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างน้อย ๆ ก็ลดรายจ่ายต่อเดือนลงไปได้มากเลยทีเดียวครับ

  1. เตรียมเงินฉุกเฉิน

การเตรียมเงินฉุกเฉินนั้น ในความเป็นจริงเราต้องมีการเตรียมมาก่อนหน้านี้ คือ ในยามปกติเราควรที่จะต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย ๆ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนครับ พูดง่าย ๆ ว่าต่อให้ต้องไม่มีรายได้เลยในระยะเวลา 3-6 เดือน ก็ยังคงที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ๆ จนวิกฤติผ่านพ้นไปนะครับ 

แต่ถ้าใครที่ไม่ได้เตรียมมาก่อนนั้นก็คงต้องเริ่มทำโดยเร็ว ต้องวางแผนแล้วละครับว่า ถ้าเรามีเงินเหลือ โดยเฉพาะเงินที่เหลือจากการปรับลดหนี้สินลงในข้อที่ 2 เราก็จะมีเงินเก็บมากขึ้น เราก็ต้องทยอยเก็บเงินฉุกเฉินไว้บ้าง เตรียมไว้ตอนนี้เลย เพราะหลังจากวิกฤติครั้งนี้ผ่านไป เราก็ไม่สามารถรู้ได้หรอกครับว่าจะมีอะไรมารอเราอยู่อีก และทำเผื่อไว้ถ้ามีวิกฤติครั้งหน้าเราก็ไม่ต้องไปกังวลครับ

  1. เตรียมเก็บเงินลงทุน

หลังจากที่เราทำตามขั้นตอนหมดแล้ว ผมกล้าบอกเลยครับว่า นักลงทุนทุกท่านโชคดีมากที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการลงทุนในรอบหลายปี เนื่องจากราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่ปรับตัวลดลงถืง 20-30% บางสินทรัพย์ก็ติดลบลงไปถึง 40-50% เลยครับ

เแต่ ณ ตอนนี้โรค COVID-19 ก็ยังไม่หายไป ทำให้ความผันผวนยังคงดำเนินต่อไป อีกทั้งบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ ในตลาดหุ้นนั้น รายได้ก็ยังไม่ฟื้นตัวแม่จะผ่านวิกฤติไปแล้วก็ตาม ดังนั้นตอนนี้ให้อดทนรอ เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปผมคิดว่าเป็นโอกาสดีในการลงทุนครับ ยอมได้กำไรน้อยหน่อย แต่โอกาสขาดทุนน้อยลงก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ต้องอดทนรวยให้ได้ครับ

ส่วนนักลงทุนคนไหนที่ทำการลงทุนรายเดือนหรือ DCA (Dollar cost average) อยู่ ผมขอแนะนำว่าให้ทำต่อนะครับ รักษาวินัยการลงทุนของเราไปเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่ได้ของถูกมาถัวเฉลี่ยราคากองทุนหรือ ราคาหุ้นที่ลดลงมานั่นเองครับ รับรองว่าผ่านไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า ก็น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีเลยละครับ

  1. มองหาสินทรัพย์ที่ดี และหาข้อมูล เรียนรู้เรื่องการลงทุนเพิ่มเติม

ในช่วงเวลาที่เราเตรียมความพร้อมในการลงทุนหลังวิกฤตินั้น ก็ไม่ควรทำแค่เตรียมเงินเพียงอย่างเดียว การเตรียมความพร้อมในการลงทุนนั้น เราต้องเสริมสร้างสิ่งที่เรียกว่า ความรู้ ความเข้าใจ และ หาข้อมูลที่ดี ที่ถูกต้องเอาไว้ด้วย เพื่อที่เวลาลงทุนไปแล้ว เราจะได้ทราบว่าที่เราตัดสินใจลงทุนนั้นเกิดจากวิเคราะห์ที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่ลงทุนตามคนอื่น ๆ ไป หรือลงทุนตามจังหวะที่คิดว่าดีเท่านั้นครับ

เพราะผมเชื่อว่าการลงทุนที่ดีต้องมาจากความเข้าใจในสินทรัพย์นั้น ๆ เป็นอย่างดี การไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าเรากำลังลงทุนกับอะไร นั่นคือการลงทุนที่เสี่ยงที่สุดครับ

ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเรามองให้ดี ในวิกฤติก็ยังมีข้อดีมากมาย เพราะว่าทำให้เราเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ หรือทำให้เราเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในรูปแบบอื่นได้ ทำให้เราได้รู้ว่าต่อให้เราลดรายจ่ายลงเราก็อยู่ได้นี่ เปิดโอกาสให้เราได้อยู่กับครอบครัว ได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น มีเวลาทำอะไรที่ชอบมากขึ้น และมีเวลาในการพัฒนาตัวเองไปด้วยครับ

ผมเชื่อว่า ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติก็มักจะมีการวิวัฒนาการอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้น ซึ่งนำมาด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเสมอ อย่างในอดีตการเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งก็ทำให้เกิดกองทุนอสังหา ฯ ที่นักลงทุนได้ลงทุนและได้ผลตอบแทนที่ดี เกิดนโยบายการลงทุนในกองทุน LTF,RMF เกิดโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม เกิดอาชีพนักวางแผนการเงิน เกิดนโยบายการเงินการลงทุนอื่น ๆ อีกมากมายเลยครับ

เห็นไหมครับว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นไม่ได้แย่เสมอไป แค่เราเตรียมตัวให้ดี มีสติ ดูแลเงินในกระเป๋าให้ดี รับรองว่าฟ้าหลังฝนจะสวยงามเสมออย่างที่เคยได้ยินกัน และผมก็เชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้นเสมอครับ

ต่อยอดจาก Stanfordสู่คอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life

 

จากคอร์สเรียน Design Thinking ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

โดย บิล เบอร์เนตต์ และ เดฟ อีวานส์ ที่ดึงดูดนักเรียนหัวกะทิ

ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘ไม่ว่าใครๆ ก็ออกแบบชีวิตใหม่ได้’

วันนี้เราต่อยอดคอร์สเรียนสุดฮิต มาเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอแล้ว

No Comments

    Leave a Reply