มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ ‘โลกการทำงานจะเป็นอย่างไรหลังจบ COVID-19?’

Jul 7, 2020 1 min read
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ ‘โลกการทำงานจะเป็นอย่างไรหลังจบ COVID-19?’

โควิด-19 จะเปลี่ยนโลกการทำงานของเราไปขนาดไหน? นี่คือประเด็นที่เราเชื่อว่าหลายคนกำลังสงสัย เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 มีผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจนในโลกการทำงาน องค์กรจำนวนมากจำใจเปลี่ยนรูปแบบเป็น Work from Home (WFH) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ บางองค์กรประสบปัญหาจนจำเป็นต้องปลดพนักงานจำนวนมากออก สถานการณ์การจ้างงานและรูปแบบการทำงานในทุกพื้นที่ทั่วโลกจึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก

บทความจาก Shape of Tomorrow series ของ Fast Company ที่เราหยิบมาฝากกันในวันนี้ ได้รวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจากแพลตฟอร์มหางานระดับโลกอย่าง Glassdoor และ Linkedin ในเรื่องผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ที่มีต่อสภาวะการจ้างงาน หลังจากวิกฤติครั้งนี้ผ่านไป รูปแบบของการทำงานและตลาดแรงงานจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ร่วมหาคำตอบกันได้เลย

Andrew Chamberlain หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ (Chief Economist) ของ Glassdoor

สภาพตลาดแรงงานหลังโควิด-19

แอนดรูว์ยืนยันว่าหลังการระบาดของโควิด-19 จบลง พฤติกรรมการออมและการรับความเสี่ยงของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนที่เกิดขึ้นหลังจาก Great Depression ในปี 1929 ทุกคนต่างได้บทเรียน คนรุ่นใหม่จะ ‘เพลย์เซฟ’ ระมัดระวังในการเก็บออมและหางานที่เน้นความมั่นคงมากขึ้น

ยิ่งในขณะนี้มีคนตกงานกว่า 30-40 ล้านคน ดังนั้นอัตราการแข่งขันจะสูงขึ้นแน่นอน แอนดรูว์จึงมองว่าการเพิ่มทักษะเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของการพูด การเจรจา การตลาด เพราะทักษะเหล่านี้ใช้ได้ตลอดไป และไม่มีทางถูกแทนที่ด้วย AI ได้

“ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรจะหันกลับมาพัฒนาเอกลักษณ์ของแบรนด์ พัฒนาเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย และสร้างพอร์ตโฟลิโอที่แสดงให้เห็นความสามารถของคุณอย่างเต็มอัตรา” แอนดรูว์ย้ำ

นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้ยังมองว่าอุตสาหกรรมการผลิตจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุด เพราะสามารถเก็บสินค้าไว้ในคลังก่อน และนำมาขายใหม่ได้เลย ภาคส่วนเทคโนโลยีและการเงินก็จะสามารถผ่านไปได้ค่อนข้างดี ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บันเทิง และสินค้าฟุ่มเฟือยยังต้องเจอกับภาวะตกต่ำต่อไปอีกเป็นเวลานาน กระบวนการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นค่อนข้างช้า อาจกินเวลาต่อไปอีก 1 ปีหรือ 1 ปีครึ่งก็เป็นได้

รูปแบบการทำงาน

แอนดรูว์เล่าว่าก่อนหน้าวิกฤติครั้งนี้มีบริษัทเพียง 5% เท่านั้นที่ให้ทำงานแบบ WFH เต็มรูปแบบ และถึงแม้ตอนนี้องค์กรกว่า 1 ใน 3 ในอเมริกาจำใจต้องให้พนักงาน WFH แต่เขาไม่คิดว่าหลังจากวิฤติครั้งนี้จบลง บริษัทรูปแบบนี้จะเพิ่มจำนวนเกิน 20% ด้วยซ้ำ

ส่วนตัวผมมองว่าการทำงานแบบ WFH จะอยู่ได้ไม่นานแอนดรูว์กล่าว

เขามองว่าการ WFH มีข้อเสียหลายอย่าง และไม่เหมือนกับการทำงานแบบทางไกล ตามที่หลายคนมักเข้าใจผิด WFH คือการทำงานจากบ้านจริงๆ แต่การทำงานทางไกลอาจเป็นการที่พนักงานทำงานใน Shared Office Space ซึ่งอยู่คนละที่กับบริษัทก็ได้

แม้จะพยายามปรับบ้านให้มีโต๊ะทำงาน และมีบรรยากาศที่เหมาะกับการทำงาน แต่บ้านก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อที่จะส่งเสริมให้คนทำงานอยู่ดี เป็นข้อที่น่าคิดเพราะเรามักจะต้องเจอกับอาการ ‘เตียงดูด’ ทำให้หมดไฟทำงานกันบ่อยๆ

แอนดรูว์มองว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปไม่ใช่การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น WFH แต่บริษัทจะลดต้นทุนด้วยการลดพื้นที่ใช้สอยในออฟฟิศและลดสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ในส่วนของเทคโนโลยีหรือการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการลดการตกแต่งพื้นที่ออฟฟิศให้สวยงามหรือ ยกเลิกการมีฟิตเนสในออฟฟิศ และหันไปเน้นพัฒนาเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงาน ประกันสุขภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริงมากกว่า เช่น กองทุนเพื่อการเกษียณ ซึ่งเราก็มองว่าเป็นความคิดที่ดีในยุคที่คนต้องการความมั่นคงแบบนี้

ถึง WFH จะยังเป็นที่ถกเถียงว่าเหมาะสมแค่ไหน แต่การทำงานทางไกลมาแน่ แอนดรูว์คาดว่าจะได้เห็นการจ้างงานทางไกลนอกเมืองใหญ่ เนื่องจากมีพนักงานคุณภาพที่ค่าตัวไม่สูงนักจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศรอรับการจ้างงานอยู่อีกมาก ถ้าหากบริษัทเต็มใจที่จะจ้างงานแบบทางไกล

Kiran Prasad รองประธานฝ่าย Product for the Consumer Experience ของ Linkedin

สภาพตลาดแรงงานหลังโควิด-19

คิแรนมองว่าก่อนเกิดวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นช่วงที่อัตราการว่างงานต่ำมากอยู่แล้ว เห็นได้จากจำนวนโพสต์รับสมัครงาน และจำนวนคนที่สมัครงาน แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าจำนวนของคนที่เข้ามาหางาน และจำนวนของคนจ้างงานกำลังลดลงไปอีก อาจมีบางอุตสาหกรรมที่ยังคงมีการรับสมัครพนักงานใหม่ๆ ตลอด เช่น อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ เครือข่าย ความปลอดภัยสาธารณะ และการศึกษา ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จำเป็น

“Linkedin เป็นบริษัทข้ามชาติจึงเห็นเทรนด์การจ้างงานของโลกชัดเจน

ซึ่งวันนี้ข้อมูลในระบบแสดงให้เห็นว่าการรับสมัครงานและการสมัครงานในจีนเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น แทบถึงระดับเดิมก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19” คิแรนอธิบาย

นั่นหมายถึงว่า มหาอำนาจที่ล้มก่อนก็ลุกกลับมาก่อนได้จริงๆ

รูปแบบการทำงาน

“การทำงานทางไกลเป็นสิ่งที่โลกเตรียมพัฒนากันมานานแล้ว แต่ดำเนินมาอย่างช้าๆ โควิด-19 แค่มาเร่งความเร็วในการเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้นเท่านั้น” คิแรนกล่าว

วิกฤติครั้งนี้ทำให้องค์กรในอเมริกาเริ่มจ้างงานทางไกลมากขึ้นอย่างฉับพลัน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน โพสต์รับสมัครงานทางไกลมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 91 เปอร์เซ็นต์ กิจการจำนวนมากกำลังพิจารณาว่าบางทีการทำงานทางไกลอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คิด พนักงานก็เริ่มรู้ตัวว่าพวกเขาก็สามารถทำงานจากที่บ้านได้ดีเช่นกัน

ผลสำรวจดัชนี Workforce Confidence ของ Linkedin แสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมสำรวจกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ มองว่าการทำงานทางไกลสามารถใช้ได้กับกิจการของตัวเอง ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นมากจากก่อนวิกฤติโควิด-19  โดยในอุตสาหกรรมดิจิทัล เช่น ซอฟต์แวร์ การเงิน และสื่อ มีจำนวนผู้สนับสนุนการทำงานทางไกลกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ แต่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังแตกเป็น 2 ฝ่าย อุตสาหกรรมด้านสุขภาพมีจำนวน 48 เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมการผลิตมี 41 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่การค้าปลีกมีแค่ 29 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามองคือการทำงานทางไกลสามารถกระจายโอกาสในการทำงานทั่วประเทศได้มากขึ้น เพราะในอดีตมีแรงงานจำนวนไม่น้อยที่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อทำงาน ทำให้เป็นอุปสรรคในการเลือกงาน

คิแรนเล่าเพิ่มเติมว่าท่ามกลางข่าวร้ายของการปลดพนักงานก็ยังมีข่าวดีอยู่ เพราะองค์กรต่างๆ ยังให้ความช่วยเหลือพนักงานที่ถูกปลดค่อนข้างมาก โดยเผยแพร่รายชื่อของพนักงานที่ถูกปลดพร้อมกับแนบข้อความว่า

“เรากำลังพยายามช่วยหางานใหม่ให้พวกเขา ดังนั้นถ้ากิจการของคุณกำลังไปได้ดี และพร้อมที่จะให้โอกาส เราสามารถการันตีความสามารถของพวกเขาให้ได้”

ซึ่งช่วยลดความรู้สึกเสื่อมเสียและอับอายของพนักงานที่ถูกปลดได้เป็นอย่างมาก

จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งสอง สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปแน่ๆ คือการจ้างงานทางไกลที่มีมากขึ้น ส่วนในเรื่องของการ  WFH ให้มีประสิทธิภาพยังเป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนากันต่อไป การฟื้นตัวของตลาดแรงงานหลังจากโควิด-19 อาจดูไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราเห็นว่าจีนนำไปก่อนแล้ว แต่คนรุ่นใหม่ก็จะได้รับบทเรียนในเรื่องการของการเพลย์เซฟและการเก็บออมแน่นอน

SHiFT Your Future ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนอดทนและผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน

ที่มา: https://www.fastcompany.com/90506297/experts-predict-what-itll-take-to-find-a-job-in-a-post-covid-world

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.