พาสตาร์ทอัพ (Startup) ของคุณเข้าสู่ Series A ด้วยการโฟกัสที่ 3 เรื

Mar 9, 2020 1 min read
พาสตาร์ทอัพ (Startup) ของคุณเข้าสู่ Series A ด้วยการโฟกัสที่ 3 เรื

สำหรับสตาร์ทอัพ (Startup) ที่อยากพัฒนาจากระดับ Seed ไปสู่ Series A ได้นั้น ต้องใช้ปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ใช่เพียงแค่มีผู้ใช้บริการมากเท่านั้น แต่คุณจำเป็นต้องใช้การคาดการณ์ที่ดีรวมไปถึงขั้นตอนที่ถูกต้อง และนี่ก็เป็น 3 เรื่องที่คุณควรโฟกัสในการจะเดินหน้าไปสู่ Series A 

พาสตาร์ทอัพ (Startup) ของคุณเข้าสู่ Series A ด้วยการโฟกัสที่ 3 เรื่องง่ายๆ

1. พัฒนากลยุทธ์ GTM (Go to Market)

ในการหารายได้ให้กับบริษัท คุณต้องหากลยุทธ์และวิธีที่เหมาะสม การหาต้นตอของปัญหา เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ผล จะช่วยให้คุณหาคำตอบได้ดีที่สุด บางบริษัทอาจจะเสียเวลาลงทุนไปกับการหาแหล่งเว็บไซต์ลงทุนการขาย แต่จริงๆ เพียงแค่หาโมเดลธุรกิจอย่างการเข้าร่วมการประชุมของโปรแกรมเมอร์, hackathons หรือโมเดลธุรกิจแบบ freemium ก็จะสามารถให้คุณเจาะตลาดได้อย่างถูกต้อง

ซึ่งวิธีการง่ายๆ มีดังนี้:

A) กำหนดตลาด (market)

  • ตลาดไหนที่ได้ผลและไม่ได้ผล
  • ตลาดแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร
  • ตลาดไหนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ
  • ตลาดไหนที่คุณสามารถติดต่อได้ง่ายที่สุด

B) กำหนดช่องทาง (channel)

  • ลูกค้าของคุณจะซื้อสินค้าได้ที่ไหน
  • วิธีการสื่อสารกับลูกค้าที่มีประสิทธิภาพที่สุดคืออะไร
  • โมเดลที่เหมาะสมที่สุดกับสินค้าของคุณ
  • สิ่งที่คุณทำตรงกับตลาดและช่องทางอย่างไรบ้าง

C) เลือกกลยุทธ์ (strategy)

แต่ละกลยุทธ์ก็จะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับสินค้าของธุรกิจมากที่สุด ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ควรนึกถึงก็คือ ราคา, ความซับซ้อน, และระดับสเกลที่คุณตั้งใจส่งออก โมเดลทั่วๆ ไปที่สามารถใช้ใน go-to-market ได้ก็มีอยู่ 4 โมเดลด้วยกัน

  1. Self-Service Model : ลูกค้าซื้อสินค้าด้วยตัวเอง
  2. The Inside Sales Business Model : การซื้อสินค้าเกิดจากการพูดคุยกับตัวแทนการขาย
  3. The Field Sales Business Model : มีองค์กรหลักที่ทำการขายในสเกลใหญ่
  4. The Channel Model : เอเจนซี่หรือพาร์ทเนอร์เป็นคนทำการขายแทนคุณ

2. โฟกัสกับคุณภาพของรายได้

การทำสตาร์ทอัพขั้น Series A นั้น ผู้ลงทุนถือว่าเป็นตัววัดคุณภาพของรายได้เลยก็ว่าได้ ซึ่งวิธีที่จะทำขั้นตอนนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบนั้นประกอบด้วยปัจจัยเหล่านี้:

a) จัดการกับ data และวิเคราะห์ข้อมูลตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าส่วนใหญ่รายได้ของคุณมาจากทางไหน ลองใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

b) โฟกัสกับการสร้างการมีส่วนร่วมหรือ engagement กับลูกค้า นอกจากการสร้างและผลิตสินค้าแล้ว คุณควรหาวิธีที่จะดึงดูดให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับ core value ของคุณอยู่อย่างสม่ำเสมอ

c) ลงทุนกับโครงสร้างขององค์กร ก่อนที่จะคิดถึงการหารายได้นั้น ลองใช้เวลามาสร้างโมเดลองค์กรให้มั่นคงและมีโอกาสที่จะขยับขยายได้ในอนาคต ก็จะช่วยให้องค์กรของคุณเติบโตได้อย่างดี

3. โฟกัสกับความยั่งยืน

ในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยผู้ประกอบการมากมายโดยเฉพาะในช่วง seed stage หลายๆ บริษัทมักจะโฟกัสไปกับคติที่ว่า “growth at all cost” โดยที่มักจะลงทุนกับสิ่งต่างๆ เพียงเพื่อต้องการผลตอบแทนที่สูงโดยไม่ใส่ใจถึงขั้นตอนและกระบวนการให้แน่ชัด 

เพราะฉะนั้นการมีขั้นตอนและแนวทางที่แน่ชัดจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น คุณอาจจะรู้สึกว่าการเป็นสตาร์ทอัพควรจะต้องใช้หลักการการปรับตัวและความรวดเร็วมากกว่ามานั่งวางแผนหรือจัดการแต่ละขั้นตอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้คือการผสมผสานปัจจัยเฉพาะหลายๆ อย่างที่สุดท้ายจะช่วยเพิ่มรายได้ให้คุณ ซึ่งในการทำขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้พบเจอกับตัวแปรมากมาย เพื่อที่คุณจะสามารถนำมาตัดสินใจได้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะกับบริษัทของคุณ

และในการเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนโฟกัสความยั่งยืน มีดังนี้:

  • หาช่องทางและแพลตฟอร์มที่ถูกต้องในการเจาะกลุ่มลูกค้า
  • ตั้งจุดประสงค์และเป้าหมาย (ในระยะที่ไม่สั้นและไม่ยาวเกินไป)
  • จัดลำดับความสำคัญ (โฟกัสกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จำเป็น)
  • ทดลองและวิเคราะห์ผล (วิธีไหนที่ได้ผลลัพธ์ดี)
  • กำหนดวงจรของ sale process หรือกระบวนการขาย

จริงๆ แล้วไม่ได้มีขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการทำ sale process นี้ แต่ละบริษัทก็จะแตกต่างกันไปตามสินค้าและบริการ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายด้วย ขั้นตอนเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรไม่สำคัญเท่ากับทัศนคติและความสม่ำเสมอ ความคงเส้นคงวา อย่างที่เรามักจะเห็นกันทั่วไปว่า เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะมีความสามารถในการพัฒนาและปรับปรุงให้องค์กรมีทัศนคติที่ถูกต้องในแต่ละสถานการณ์
มากไปกว่านั้นคุณควรระวังถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ความเสี่ยงเหล่านั้นก็ได้แก่ 

  • คาดการณ์ระยะเวลาที่จะไปถึง Series A ต่ำเกินไป
  • ประเมินรายได้สูงเกินไป
  • มีเงินไม่เพียงพอในการลงมือทำขั้นตอนเหล่านี้
  • มีความผิดพลาดกับขั้นตอนการว่าจ้างพนักงาน

ลองทบทวนและเตรียมรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้นไว้ด้วย แค่นี้ Startup คุณก็มีโอกาสเข้าสู่ Series A ได้ไม่ยากแล้ว

ที่มา https://medium.com/think-ventures/how-to-go-from-seed-to-series-a-a8e25b56daec

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.