เมื่อหลักการวางแผนเกษียณยอดฮิต ใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน

Jul 24, 2020 1 min read
เมื่อหลักการวางแผนเกษียณยอดฮิต ใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน

In Summary

  • หลักการวางแผนการเงินหลังเกษียณด้วยการเก็บเงินรวมให้หารใช้ต่อเดือนได้ 70-80% ของจำนวนรายได้หลังหักภาษีที่ได้รับก่อนเกษียณเป็นหลักการที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และฮิตในหมู่นักวางแผนการเงิน
  • มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถหาเงินจำนวนนั้นเพื่อใช้ต่อเดือน นำไปสู่การกดดันตัวเองและรู้สึกแย่กับตัวเอง
  • แนวคิดที่เป็นอีกทางเลือกที่ดีกว่าและกดดันน้อยกว่าในการเก็บเงินเพื่อใช้หลังเกษียณคือการวางแผนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และการใช้จ่ายของแต่ละบุคคล

 “ถ้าอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสบายใจ คุณควรจะต้องมีเงินใช้ต่อเดือนหลังเกษียณเป็นจำนวน 70-80% ของรายได้หลังหักภาษีที่ได้รับก่อนเกษียณ” นี่คือคำแนะนำหลักที่เรามักจะได้ยินนักวางแผนการเงินและโฆษณากองทุนเพื่อการเกษียณส่วนมากแนะนำ

ปัญหาคือคนส่วนมากที่กำลังจะเกษียณในอีกไม่กี่ปีมักจะหาเงินจำนวนขนาดนั้นเพื่อใช้ต่อเดือนหลังเกษียณไม่สำเร็จ เหมือนที่แสดงให้เห็นในงานวิจัยของ Standford Center of Longivity (SCL) ว่าชาวอเมริกันที่เกษียณในวัย 65 ส่วนมากไม่สามารถหาเงินก้อนใหญ่ที่จะนำมาใช้ต่อเดือนได้ตามคำแนะนำ 

จากรายงานของ SCL คนรุ่น Baby Boomer (คนที่เกิดปี 1946-1964) ที่กำลังจะเกษียณเร็วๆ นี้ การสำรวจช่วงปี 2014 ที่ผ่านมาพบว่ายังมีคนจำนวนมากในรุ่นนี้ที่ยังไม่ได้เตรียมเงินเพื่อเกษียณเลย ถึงแม้จะมีอายุกันประมาณ 50-68 ปีแล้วก็ตาม สำหรับกลุ่มที่มีเงินเก็บแล้วก็จะมีประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (6 ล้านบาท)​ ซึ่งอาจฟังดูเป็นจำนวนที่เยอะ แต่สำหรับคนที่จะเกษียณในวัย 65 หากคำนวณสำหรับใช้ 15-25 ปีแล้ว จะหารใช้ตามจำนวนปีได้แค่ปีละ 8,000-12,000 ดอลลาร์สหรัฐ (240,000-360,000) ต่อปีเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะมีการเอารายได้ไปลงทุนเพิ่มหรือไม่

เงินจำนวนนี้ฟังดูเป็นเงินไทยอาจจะเยอะ แต่สำหรับค่าครองชีพที่อเมริกาถือว่าไม่ค่อยพอใช้ แถมเรายังไม่ได้ปรับอัตราเงินเฟ้ออีกต่างหาก และถึงแม้เอาไปรวมกับรายได้เสริมเพื่อความปลอดภัย (Social Security Income) ที่รัฐบาลอเมริกาให้แล้ว ก็ยังไม่ถึง 70-80% ของรายได้ก่อนเกษียณต่อเดือนของคนอเมริกันอยู่ดี

และที่น่ากลัวกว่านั้นคือรายงานของ SLC แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นนี้บางกลุ่มเกษียณไปพร้อมกับหนี้ติดตัว ซึ่งเปรียบเทียบดูแล้วจำนวนคนที่มีหนี้เยอะกว่าคนรุ่นที่แล้วมาก

ดังนั้นหากจะทำให้ได้ตามคำกล่าวที่แพร่หลายนี้ ผู้สูงอายุหลายคนต้องทำงานหลังจากเกษียณ หรือไม่ก็ลดค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ หรือบางรายก็อาจต้องทำทั้งสองอย่างด้วยซ้ำ

Mature female writing list of things to do during the day

แนวคิดเบื้องหลังหลักเกณฑ์ 70-80% นี้คืออะไร?

ก่อนที่เราจะไปดูแนวคิดอีกทางเลือกที่จะมาแทนแนวคิด  70-80% นี้ ไปดูกันก่อนว่าแนวคิดเบื้องหลังของการเตรียมเงินไว้ 70-80% ของรายได้หลังหักภาษีเพื่อใช้ต่อเดือนพัฒนามาจากความคิดแบบใด 

คำตอบคือเกิดจากการตั้งสมมุติฐานว่าคนเราควรจะมีเงินใช้หลังเกษียณพอๆ กับเงินที่ใช้ก่อนเกษียณนั่นเอง

‘แล้วทำไมไม่เตรียมเงินไว้ให้เท่ากับเงินที่ได้ก่อนหักภาษีเลยล่ะ?’ หลายคนอาจสงสัย แต่คำตอบคือ เพราะที่ไทยให้ผู้สูงอายุได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 190,000 บาทแรก ทำให้ผู้สูงอายุเสียภาษีน้อยลงมากหรือแทบไม่เสียเลย ทำให้เราไม่ต้องเตรียมเงินไว้เผื่อจ่ายภาษี

‘แล้วทำไมไมถึงเตรียมเงินไว้แค่ 70-80% ของรายได้หลังหักภาษีล่ะ ไหนบอกว่าอยากให้ใช้เงินได้เท่าเดิม?’ เพราะหลังจากเกษียณคุณไม่ต้องหักเงินรายได้หลักหักภาษีมาเป็นเงินเก็บแล้ว ซึ่งปกติก่อนเกษียณหลังหักเงินเก็บแล้วคุณก้จะใช้ประมาณ 70-80% ที่เหลืออยู่ดี จึงทำให้มีเงินเหลือพอใช้ได้พอดี

จริงๆ แล้วการที่เก็บเงินไม่ถึงเป้าหมาย 70-80% จะเป็นปัญหาหรือไม่ขึ้นอยู่กับชีวิตส่วนตัวของคุณด้วย คุณอาจพบว่าตัวเองไม่ได้ต้องการเงินมากขนาดนั้นอีกแล้วหลังเกษียณ เพราะคุณไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน อาจจะผ่อนบ้านหมดแล้ว หรือย้ายไปอยู่บ้านนอกเมืองที่ราคาถูกลง เพื่อหนีจากความวุ่นวายในเมือง และที่สำคัญคือคุณไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ค่าที่พัก ค่าขนมให้ลูกๆ อีกแล้ว เพราะตอนนั้นลูกๆ ก็ต่างเติบโต มีรายได้ของตัวเองกันหมดแล้ว

สุดท้ายแล้วการมีเงินน้อยกว่า 70-80% ต่อเดือนก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ทั้งยังสามารถให้อืสระทางการเงินในแบบของคุณได้อีกด้วย แล้วอย่างนี้เราจะยึดติดกับหลักการขนาดนั้นทำไมกัน

แนวคิดที่ดีกว่าคืออะไร?

แทนที่จะอดทนทำตามหลักการที่อาจจไม่ได้ผลกับคุณ เราคิดว่าคุณควรจะลองตัดสินใจเอาเองว่าควรมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอกับความต้องการพื้นฐานและความสุขทางกายและใจของคุณ แล้วก็เริ่มสำรวจสถานะทางการเงินของคุณเองว่าตอนนี้คุณยืนอยู่จุดไหน มีเงินเก็บเท่าไหร่ และอีกไกลเท่าไหร่กว่าจะเก็บเงินได้ตามที่คุณต้องการ อย่าลืมคิดรายได้ที่คุณจะได้จากกองทุน หรือเงินบำนาญด้วย หลังจากนั้นคุณก็จะมองเห็นแผนที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นว่าคุณจะเก็บเงินอย่างไรเพื่อให้มีเงินใช้ต่อเดือนตามที่คุณต้องการหลังเกษียณ

เรารู้ว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและยากลำบาก แต่เราอยากให้ทุกคนมีชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง การยึดติดกับหลักการที่อาจจะไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุรอาจทำให้เรื่องที่ยากอยู่แล้วยากกว่าเดิมอีกหลายเท่า ควรหาเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเอง และเริ่มวางแผนเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เริ่มลงมือเก็บเงินตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรง ดีกว่าที่จะไปอยู่อย่างยากลำบากตอนเกษียณนะ

ที่มา: https://www.forbes.com/sites/stevevernon/2020/07/09/this-retirement-rule-of-thumb-wont-work-for-most-people/?ss=retirement#5e316ff960fa

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.