คุยกับ HR: การสมัครและสัมภาษณ์งานในยุค New Normal ต้องเตรียมต?

Oct 15, 2020 1 min read
คุยกับ HR: การสมัครและสัมภาษณ์งานในยุค New Normal ต้องเตรียมต?

In Summary

  • COVID-19 เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ Digital Disruption รุนแรงยิ่งขึ้น
  • การสมัครในยุคนี้ต้องทำความรู้จักคนให้มากขึ้น ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ และระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น
  • ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์งานจะผ่านประสบการณ์มาเยอะแค่ไหน แต่คำถามหลักๆ ที่เกิดขึ้นในการพิจารณาผู้สมัครแต่ละคน จะไม่หนีไปจาก 4 ข้อคือ ประสบการณ์, บุคลิกภาพ, เป้าหมาย และความคาดหวัง
  • ฉะนั้นการสมัครงานควรมีการสร้างคอนเน็คชันมากขึ้น ส่วนการสัมภาษณ์งาน ต้องมีความชัดเจนกับตัวเองนั่นเอง

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า COVID-19 ไม่ได้เป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ COVID-19 เป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยาของการเปลี่ยนแปลงต่างหาก สิ่งที่จุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ คือ Digital Disruption ที่เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว

COVID-19 มาเพื่อทำให้การเปลี่ยนแปลงทั้งในการสมัครและสัมภาษณ์งานนั้น เข้าสู่ ‘มาตรฐานปกติแบบใหม่’ หรือ New Normal นั่นเอง

ตัวอย่างของสิ่งที่ New Normal ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม 

  • Location-Free Tasks คือเราสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศตลอดเวลา
  • Automated Repetitive Tasks คืองานที่ซ้ำๆ เดิมๆ จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ คนงานก็ลดลง
  • การศึกษาในระบบดั้งเดิม เริ่มไม่ได้ผล และงานที่เหมาะสมเริ่มหดหายไป

สมัครงาน

แต่ก่อน (ไม่นานมานี้) การสมัครงานก็คงหนีไม่พ้นการเขียน Resume แล้วก็สมัครผ่าน Internet หรือฝากเพื่อน/รุ่นพี่แนะนำงานให้ แล้วก็ รอ รอ รอ พอถูกเรียกก็ไปสัมภาษณ์

วิธีการที่ว่ามานี้ ไม่ค่อยเปลี่ยนไปนัก สิ่งที่จะต่างออกไปหลังจาก New Normal คือ ช่องทางการสมัครงานที่มากขึ้น เช่น Facebook เป็นต้น รวมไปถึงคู่แข่งที่มากขึ้น (ก็ตกงานกันเยอะอะนะ)

แนวทางการเตรียมตัว

สิ่งที่ควรเตรียมตัวคือการสร้างคอนเน็คชันให้แน่นแฟ้นและหลากหลาย คือไม่ต้องเยอะ แต่ต้องแน่น ซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบคือ

  1. ทำความรู้จักคนให้มากขึ้น เพื่อรองรับหนึ่งในช่องทางการสมัครงานที่ได้ผลที่สุดคือ Employee Referral หรือการแนะนำคนรู้จักมา เรื่องนี้ไม่ว่า Recruiter คนไหนก็แทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกันรวมทั้งสถิติบางสำนักด้วย
  1. ใช้ช่องทางโซเชียลให้มากขึ้น เพราะการโพสต์ตำแหน่งของงาน เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่ Job Board อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นควรมีการสมัครรับข่าวสารหรือเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือเพจหางานต่างๆ มากขึ้น และยิ่งถ้ามีส่วนร่วมที่ดี ก็ยิ่งส่งผลต่อ Profile มากยิ่งขึ้น
  1. ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นหรือการมีส่วนร่วมต่างๆใน Social Media และ/หรือ Movement ต่างๆ เพราะหากมีทัศนคติหรือพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีหรือเหมาะสม เช่น การแสดงกิริยาก้าวร้าว ดูถูก เหยียดหยาม ด่าทอ นินทาว่าร้าย หรือตัดสินคนอื่นแบบไม่สมควร ก็อาจเป็นเหตุให้โดนปัดตกได้
Photo from: Unsplash

สัมภาษณ์งาน

ในการสัมภาษณ์คน ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะเก่งแค่ไหนหรือผ่านประสบการณ์การสัมภาษณ์คนมาเยอะขนาดไหนก็ตาม คำถามหลักๆ ที่เกิดขึ้นในการพิจารณาผู้สมัครแต่ละคน จะไม่หนีไปจาก 4 ข้อนี้

  1. มีประสบการณ์/ทักษะตรงกับตำแหน่งงานหรือไม่?
    1. จุดประสงค์ของคำถามนี้ค่อนข้างตรงตัว คือการพิจารณาประสบการณ์และทักษะที่เกี่ยวข้องว่าเหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้มากแค่ไหน
    2. คำถามนี้ตัวผู้ถามอาจได้รับคำตอบเองเมื่อได้อ่านประวัติของผู้สมัคร รวมไปถึงการสัมภาษณ์งานจริง

แนวทางการเตรียมตัว

  • เน้นผลงานในโปรไฟล์ให้เด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร และรวมไปถึงทักษะที่มีอีกด้วย
  • เนื้อหาของผลงานควรใส่รายละเอียด หรืออย่างน้อยมีสรุปสั้นๆ ใน Resume และการสัมภาษณ์จะต้องสามารถอธิบายได้ชัดเจน
  • เล่าทักษะด้วยการยกตัวอย่างประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Soft Skills
  1. มีบุคลิกและลักษณะนิสัยอย่างไร?
    1. จุดประสงค์ของคำถามนี้เพื่อดูว่า จะสามารถทำงานร่วมกันได้ไหม ทั้งกับผู้สัมภาษณ์เอง และคนในทีม เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ผู้สัมภาษณ์หรือผู้จ้างงานแต่ละคน มีความชอบเชิงพฤติกรรมไม่เหมือนกัน
    2. โดยส่วนใหญ่การสังเกตเกิดขึ้นในห้องสัมภาษณ์เลย ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การสัมภาษณ์คนของผู้สัมภาษณ์ว่าสังเกตได้มากน้อยแค่ไหน
    3. ตัวอย่างคำถามในการสัมภาษณ์: ชอบทำอะไรเวลาว่าง? ชอบทำงานกับเพื่อนร่วมทีมแบบไหน? 

แนวทางการเตรียมตัว

  • บอกเล่าตัวตนที่เป็นตัวตนจริงๆ เลยว่า ชอบทำอะไรยามว่าง ทำไมถึงสนใจ และสุดสัปดาห์ทำอะไร เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เห็นไลฟ์สไตล์เราอย่างชัดเจน
  • ความชอบไม่ชอบ ไม่ได้จบแค่เรื่องไลฟ์สไตล์ แต่รวมไปถึงลักษณะของคนที่ชอบและไม่ชอบทำงานด้วย ในที่นี้เป็นเหมือนเครื่องบ่งชี้ว่าตัวเราเองมีบุคลิกลักษณะนิสัยอย่างไร และเราจะเข้ากับคนประเภทไหนได้ดี
  • ใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพให้เป็นประโยชน์ เพราะปัจจุบันนี้มีแบบทดสอบมากมายที่จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น (ถึงแม้จะไม่ตรง 100%)
  1. มีเป้าหมายหรือมุมมองในอนาคตอย่างไร?
    1. จุดประสงค์ของคำถามนี้หลักๆ เพื่อให้รู้ว่า ทิศทางของบริษัท และ/หรือ ทิศทางของทีม จะเหมาะสมกับผู้สมัครคนนี้หรือไม่ รวมไปถึงสิ่งที่ผู้สมัครให้คุณค่าในการทำงานด้วย เพราะถ้าหากไม่มีส่วนไหนที่ตรงกัน ก็เป็นการยากที่จะทำงานแล้วมีความสุขและทำได้อย่างเต็มที่
    2. โดยสรุปคือคำถามนี้เป็นการมองหาความเข้ากันได้ของตัวผู้สมัครกับวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งมักจะสังเกตได้ด้วยการพูดคุยเห็นหน้า และการเจอกันจริงๆ มากกว่าแค่การคุยโทรศัพท์
    3. ตัวอย่างคำถามในการสัมภาษณ์: ลองบรรยายสภาพแวดล้อมการทำงานที่เราชอบให้ฟังหน่อย? เป้าหมายในการทำงานคืออะไร? เรามองบริษัทนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
Photo from: Unsplash

แนวทางการเตรียมตัว

  • ค้นหาเป้าหมายการทำงานของตัวเอง ว่าในท้ายที่สุดแล้วเราอยากทำงานลักษณะไหน (ไม่ใช่อาชีพ) เช่น อยากทำงานที่ได้พบปะผู้คน อยากทำงานสายการตลาด อยากบริหารทีมใหญ่ เป็นต้น
  • หาวัฒนธรรมองค์กรที่เราอยากทำงานด้วยคำถามเหล่านี้
    • เป้าหมายของบริษัทแบบไหนที่เราจะชอบ? เช่น บริษัทมุ่งจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด หรือ ต้องการช่วยสังคมจริงๆ เป็นต้น
    • ลักษณะผู้นำแบบไหนที่เราสบายใจที่จะทำงานด้วย? เช่น ไม่จู้จี้จุกจิก หรือ ต้องการให้เราลงมือทำเอง เป็นต้น
    • เพื่อนร่วมงานแบบไหนที่เราจะทำงานด้วยความสบายใจ? เช่น ทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ หรือ เป็นกันเองในทุกระดับ เป็นต้น คำถามนี้เหมือนกับการเตรียมตัวในข้อ 2
    • สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไหนที่ชอบ? เงียบ ไม่วุ่นวาย ออฟฟิสหรูหรา เป็นต้น
    • อยากมีลักษณะการทำงานอย่างไร? เช่น แต่ละคนทำงานของตัวเองแล้วมารวมกัน หรือ ทำงานช่วยๆกัน เป็นต้น
  1. มีความคาดหวังอะไร?
    1. จุดประสงค์ของคำถามนี้ไม่ใช่แค่ในเรื่องของค่าตอบแทนเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงสิ่งที่อยากได้จากบริษัท ทั้งความก้าวหน้าทางอาชีพ การสนับสนุนในการทำงาน หรือการพัฒนาทักษะและความสามารถของตัวเรา เป็นต้น
    2. ผู้สมัครส่วนใหญ่พลาดกับสิ่งนี้ตลอด และผลก็คือ เมื่อเข้าไปแล้วพบว่าบริษัทไม่ได้ให้ตามที่เราต้องการ หรือไม่สามารถให้ได้ตรงกับความต้องการทางอาชีพของเรา ก็ต้องออกไปหาที่ใหม่อีก
    3. ตัวอย่างคำถามมักจะใช้คำถามเดียวกับข้อ 3

แนวทางการเตรียมตัว

  • คำนวณความจำเป็นเรื่องเงินและสวัสดิการก่อนไปสัมภาษณ์ เพื่อให้ตัวเลขที่ขอไปนั้นเป็นที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล
  • ต้องการอะไรจากบริษัทบ้างในแง่การพัฒนาทักษะและความสามารถในการทำงาน เช่น โอกาสในการเติบโตในตำแหน่งงาน ทุนการศึกษา หรือการอบรมในหัวข้อเฉพาะทาง เป็นต้น

สรุปในการเตรียมตัว

  • สมัครงาน ควรมีการสร้างคอนเน็คชันมากขึ้น เพื่อให้เกิดการแนะนำงานมากกว่าแค่การส่งใบสมัครทางออนไลน์เท่านั้น
  • สัมภาษณ์งาน ต้องมีความชัดเจนกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่มีและต้องพัฒนา เป้าหมายในการทำงาน วัฒนธรรมองค์กรที่ชอบ หรือแม้แต่ความจำเป็นทางการเงิน

ถ้าเตรียมตัวแบบนี้แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลานั่งอ่านคำถามที่มักจะเจอในการสัมภาษณ์ เพราะคำตอบเรามีครบเพียงพอที่ HR จะใช้ในการคัดเลือกบุคคล

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.