fbpx
Menu
Career Advice

ทำงานหลายอย่างแบบ Multitasking ดีต่อใจ แต่เป็นภัยต่อสมอง

Multitasking
ถ้าคุณมีอาการแบบนี้!คอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life เหมาะกับคุณ

แก้ปัญหาชีวิตการทำงานแสนหดหู่ ไร้เป้าหมาย

เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับการออกแบบชีวิตที่ใช่ งานที่ชอบของตัวเอง

กับคอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life

จากหนังสือขายดี New York Times ที่สร้างความฮือฮามาแล้วทั่วโลก

In Summary

  • ทักษะการทำหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกันเป็นทักษะที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นทักษะที่ดี และบางคนถึงกับใส่ทักษะนี้ไว้ในเรซูเมสมัครงาน
  • แต่แท้จริงแล้วการทำงานหลายอย่างพร้อมกันทำให้สมองเราต้องสลับฟังก์ชันไปมา และนั่นส่งผลเสียต่อสมองเรา และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงด้วย แต่สารโดปามีนที่หลั่งจากการทำงานเสร็จบ่อยๆ ทำให้คนเสพติดการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
  • สิ่งที่กระตุ้นให้เราต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกันมากที่สุดคือกล่องข้อความอีเมลและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชทที่ดึดดูดความสนใจเรา ทางแก้คือการปิดการแจ้งเตือน จัดตารางการเช็คอีเมล และจดจ่อกับงานที่ทำแทน

หลายคนมักเชื่อว่าตัวเองเป็นคนที่มีทักษะในเรื่องการทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน (Multitasking) ถึงขั้นที่ว่าเป็นทักษะที่ใส่ในเรซูเมเลยด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วเราทำได้อย่างที่เชื่อรึเปล่า เราจำข้อมูลทั้งหมดในหัวได้จริงหรือ?

เพราะสมองเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทำหลายอย่างพร้อมกัน สมองของเราได้รับการออกแบบมาให้โฟกัสทีละอย่าง เพราะฉะนั้นการยัดข้อมูลอัดแน่นเข้าไปในหัว อาจทำให้สมองทำงานได้ช้าลง

เอิร์ล มิลเลอร์ (Earl Millers) นักประสาทวิทยาจาก MIT ได้ชี้แจงไว้ว่า “สมองของเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เวลาที่คนคิดว่าตัวเองกำลังทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เขาแค่กำลังเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่ทำแบบนั้นกับสมอง มันมีราคาที่ต้องแลกเสมอ”

การเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำไปมาสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับสมอง เมื่อเราทำงานเล็กๆ เสร็จ (เช่น ส่งอีเมล ตอบข้อความ หรือทวีตอะไรลงใน Twitter) เราจะรู้สึกได้ถึงสารโดปามีน (Dopamine) อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาเมื่อเราทำอะไรสำเร็จ สมองของเรารักโดปามีน เพราะฉะนั้นเราเลยเสพติดการเปลี่ยนไปเลี่ยนมา เพื่อให้สารโดปามีนหลั่งบ่อยๆ ให้เราได้ชื่นใจเล่น

และการทำแบบนี้ก่อให้เกิดลูปที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าเราทำงานเสร็จไปเป็นกอง แต่จริงๆ แล้วเราแทบไม่ได้ทำอะไรเลย (หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้มีงานไหนที่ให้เราได้ใช้ทักษะการคิดอย่างจริงจัง) นอกจากนี้ บางคนยังถึงขั้นมองว่าการเช็คอีเมล Twitter Facebook บ่อยๆ ก็ถือเป็นการเสพติดในลักษณะนี้

การทำงานหลายอย่างพร้อมกันลดประสิทธิภาพและคุณภาพในการทำงานของเรา ทำให้การจัดระเบียบความคิดและการกรองข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกทำได้ยาก และมันก็เลยทำให้ประสิทธิภาพ และคุณภาพของงานเราลดลง

Photo from: Unsplash

งานวิจัยจาก the University of London แสดงให้เห็นว่า คนที่ทำงานประเภทการใช้ความคิดหลายอย่างพร้อมกันอาจทำให้ไอคิวลดลง ซึ่งอาการไอคิวลดเป็นอาการเช่นเดียวกับที่เกิดกับคนนอนน้อยหรือคนที่สูบกัญชา ซึ่งเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างน่ากลัว

การทำงานหลายอย่างพร้อมกันอาจเพิ่มคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด เพราะการต้องเปลี่ยนเกียร์สมองอยู่ตลอดเวลาเป็นการเพิ่มความเครียดและทำให้เราเหนื่อยล้า และทำให้เรารู้สึกเหนื่อยใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มวันทำงานเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราทำงานหลายอย่างพร้อมกันคือกล่องข้อความของเรา งานวิจัยหลายงานถึงกับแสดงให้เห็นว่ากล่องข้อความนั่นแหละคือการทำให้เราต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น การที่ได้รู้ว่าคุณมีอีเมลที่ไม่ได้อ่านอยู่ ความกังวลนี้สามารถลดไอคิวของคุณได้ถึง 10 ระดับเลยทีเดียว ความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับอีเมลที่ค้างอยู่ในกล่องข้อความของเราทำให้เราไม่มีสมาธิจดจ่อกับงาน งานวิจัยของ McKinsey แสดงให้เห็นว่าพนักงานแต่ละคนใช้เวลากว่า 28 เปอร์เซ็นต์ของเวลาการทำงานตลอดสัปดาห์ในการเช็คอีเมล

อีเมลคือสิ่งที่ก่อปัญหาระดับหนึ่ง แต่การส่งข้อความกันไปมานั้นก่อปัญหามากกว่า เวลาข้อความเด้งมันดึงดูดความสนใจเราขึ้นมาแทบจะทันที และจบลงด้วยการต้องหยุดทำงานไปตอบ

การป้องกันตัวเองจากการปล่อยให้การทำงานหลายอย่างทำลายสมองของเราคือการจัดตารางเช็คอีเมล บังคับตัวเองให้เช็คอีเมลแค่ 3 ครั้งต่อวัน (อาจจะเป็นตอนเช้าตอนเข้างาน ตอนเที่ยง และก่อนเลิกงานในตอนเย็น) ปิดการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชทต่างๆ และจัดตารางการเช็คโทรศัพท์ด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่แค่ชั่วคราว แต่ส่งผลตลอดไป

งานวิจัยจาก The University of Sussex (UK) ทำการแสกน MRI กับผู้เข้าร่วมการทำลองที่ชอบทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน เช่น ดูโทรทัศน์ไปด้วยและตอบข้อความไปด้วย ซึ่งผลการแสกนแสดงให้เห็นว่าคนที่ชอบทำหลายอย่างไปพร้อมๆ กันมีความหนาแน่นของเซลล์สมองในส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความเห็นอกเห็นใจน้อยกว่า

หนึ่งในข้อบกพร่องของงานวิจัยนี้คือมันยังไม่สามารถบอกได้ว่าการทำงานหลายอย่างพร้อมกันทำให้เกิดปัญหานี้ หรือปัญในสมองนี้ส่งผลให้คนทำงานหลายอย่างพร้อมกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การทำงานหลายอย่างพร้อมกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่ดี

บทเรียนที่ได้คือการทำงานหลายอย่างพร้อมกันไม่ใช่ทักษะที่เราควรภูมิใจ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นนิสัยที่ส่งผลเสียที่เราควรจะหยุดซะ ปิดการแจ้งเตือน จัดตารางการเช็คอีเมล และเอาใจไปจดจ่อกับงานที่ทำอยู่ดีกว่าเพื่อตัวเรา และสมองที่แข็งแรงของเรา

Photo from: Unsplash

Source

No Comments

    Leave a Reply

    คอนเทนต์แบบ exclusive!

    รับอัพเดท บทสรุปประจำสัปดาห์ คอนเทนต์พิเศษอื่นๆ