‘หัวเราะวันละนิด ออฟฟิศแจ่มใส’ ประโยชน์ของเสียงหัวเราะในที่ทำงาน

Sep 22, 2020 1 min read
‘หัวเราะวันละนิด ออฟฟิศแจ่มใส’ ประโยชน์ของเสียงหัวเราะในที่ทำงาน

In Summary

  • การหัวเราะเสียงดังหลายครั้งอาจทำให้เรารู้สึกอับอาย และอาจทำให้เรารู้สึกว่าหัวเราะมากไปจนไม่น่าเกรงขามรึเปล่า
  • แต่แท้จริงแล้วงานวิจัยจำนวนมากบอกว่าการหัวเราะมีประโยชน์มากกับการทำงาน เพราะช่วยบรรเทาความเครียด พัฒนาสุขภาพจิตและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้การทำงานมีผลิตผลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางร่างกาย ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายอีกด้วย
  • แต่การหัวเราะในบางสถานการณ์อาจสร้างความรู้สึกที่ไม่ดี และมุกตลกบางมุกก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงควรระวังในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกออฟฟิศก็ต้องการเสียงหัวเราะเสมอ

คุณเคยเป็นคนที่หัวเราะเสียงดังจนคนรอบข้างต้องจุ๊ปากให้เบาลงมั้ย? หรือคุณอาจจะกลัวว่าเสียงหัวเราะของคุณจะทำให้คนรอบข้างต้องอับอาย?

คุณเคยเป็นคนที่เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในออฟฟิศจนเมื่อคุณลางานไป แล้วพวกเขาต่างบอกว่าคิดถึงเสียงหัวเราะของคุณมั้ย?

หรือหลายครั้งคุณอาจจะคิดว่านี่ฉันหัวเราะร่าเริงมากเกินไปจนดูเหมือนไม่น่าเกรงขามรึเปล่า?

เบตตี้ แอนน์ เฮจจี้ (Betty-Ann Heggie) ประธานบริษัท PotashCorp เจ้าของหนังสือชื่อดัง Gender Physics: Unlock the Energy You Never Knew You Had to Get the Results You Want คือหนึ่งในคนที่มีเอกลักษณ์เป็นเสียงหัวเราะ และเคยรู้สึกกังวลกับเสียงหัวเราะที่ดังเกินไปของตัวเอง เธอเคยโดนบอสบ่นเรื่องเสียงหัวเราะจนคิดอยากลาออก

แต่ท้ายที่สุดแล้วหลังจากคิดทบทวนอยู่นาน เธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าเธอรักเสียงหัวเราะของตัวเอง เธอจะจริงใจกับตัวตนของตัวเอง และรักษาไว้ทั้งเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์และงานที่เธอรัก และหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ เธอมั่นใจว่าออฟฟิศทุกออฟฟิศต้องการเสียงหัวเราะแบบนี้เสมอ

เสียงหัวเราะสารพัดประโยชน์

งานวิจัยหลากหลายงานแสดงให้เห็นว่าเสียงหัวเราะสร้างผลกระทบทางด้านบวกให้กับบรรยากาศในออฟฟิศ อลิสัน เบรด (Alison Bread) อาจารย์จาก Harvard Business School เจ้าของบทความ Leading with Humor ได้เขียนไว้ว่า “ไม่ว่าจะงานวิจัยจากองค์กรใดก็ตามทั้ง Wharton MIT และ London Business Review ต่างเขียนไว้ว่าทุกการหัวเราะไม่ว่าจะมากน้อยต่างส่งผลดีให้กับธุรกิจทั้งนั้น”

“เสียงหัวเราะช่วยบรรเทาความเครียดและความเบื่อหน่าย ทำให้เกิดการมีส่วนร่วม เกิดสุขภาพจิตที่ดี เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ผลิตผลในการทำงาน และการวิเคราะห์ที่แม่นยำ” นอกจากนี้เธอยังพบข้อมูลจาก งานวิจัย Risky Business: When Humor Increases and Decreases Status อีกว่าการเล่นมุกตลกทำให้ผู้คนดูมีความสามารถมากขึ้น

การเป็นฝ่ายฟังมุกตลก หรือเป็นฝ่ายเปล่งเสียงหัวเราะก็ยังมีประโยชน์ในการทำงานเช่นกัน “เมื่อไหร่ที่เราเริ่มหัวเราะ มันไม่ได้แค่ช่วยให้สภาพจิตใจคุณดีขึ้น มันยังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอีกด้วย” งานวิจัย Stress relief from laughter? It’s no joke Mayo Clinic รายงานว่าการหัวเราะช่วยให้เราสูดดมอากาศที่เต็มไปด้วยอ็อกซิเจนที่ดีเข้าไป ช่วยเพิ่มการหลังสารเอ็นโดรฟีน (Endorphins) ในสมอง นอกจากนี้มันช่วยเพิ่มการหมุนเวียนเลือด ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดอาการที่แสดงความเครียดทางร่างกายอีกด้วย

นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังชื่นชมคนที่มีเอกลักษณ์เป็นเสียงหัวเราะอย่างเฮจจี้อีกด้วยว่า “เสียงหัวเราะที่โพล่งออกมาดังๆ ช่วยบรรเทาการตอบสนองความเครียด และช่วยเพิ่มอัตราการต้นของหัวใจและความดันเลือด และสิ่งเหล่านี้ทำให้คุณรู้สึกที่ผ่อนคลายมาก”

ซึ่งงานวิจัย The Benefits of Stress Management for Employees

แสดงให้เห็นว่าระดับความเครียดที่ลดลงมีผลดีต่อพนักงาน และช่วยลดอัตรการลางาน ดังนั้นถึงแม้อิสระที่จะหัวเราะดังๆ ได้อาจดูไม่เหมาะสม แต่มันสำคัญมากในการทำงาน งานวิจัย Are happy workers more productive? ยังแสดงให้เห็นอีกว่า หลังจากดูคลิปตลก พนักงานจะโปรดักทีฟในการทำงานมากขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดู

ผลเสียที่ห้ามมองข้าม

แน่นอนว่าการเล่นมุกตลกที่มากเกินหรือการหัวเราะมากเกินไปไปก็อาจให้ผลในทางตรงกันข้ามเช่นกัน งานวิจัย When Joking with Your Employees Leads to Bad Behavior แสดงให้เห็นว่าการที่หัวหน้าเล่นมุกตลกลามกมากเกินไปอาจส่งผลให้ลูกน้องมีพฤติกรรมที่ไม่ดี นอกจากนี้อาจารย์โรซาเบธ มอส แคนเตอร์ (Rosabeth Moss Kanter) จาก Harvard Business School กล่าวในงานวิจัย Op-Ed: In Tackling #MeToo, Don’t Ignore Micro-Insults That Harm Women’s Careers ในบางสถานการณ์ เช่น การที่ผู้หญิงกลุ่มน้อยอยู่ท่ามกลางผู้ชาย อาจรู้สึกแย่กับการหัวเราะให้กับมุกตลกที่มีความเหยียด หรือกระทบตนเอง และมองว่าการยอมรับสถานการณ์เหล่านั้นคือการไม่ให้เกียรติคนที่เป็นคนกลุ่มน้อย

นั่นแสดงให้เห็นว่าการหัวเราะควรมาพร้อมกับมุกตลกที่เหมาะสมในสถานการณ์ที่เหมาะสม ซึ่งนั่นอาจเป็นเรื่องที่ต้องกลับไปแก้ที่ตัวเจ้าของมุกตลกเอง และตัวคนหัวเราะว่าควรเลือกว่าจะยอมรับมุกอะไรและไม่ยอมรับมุกอะไร แต่ถ้าการหัวเราะเป็นไปในขอบเขตที่เหมาะสม ก็ไม่มีอะไรที่จะมาชี้ว่าเกิดผลเสีย และถึงจะมีผลเสียบ้างในเรื่องเสียงที่อาจจะดัง แต่ผลดีต่อสุขภาพกายและใจนั้นมากกว่า

ดังนั้นสิ่งที่เฮจจี้หนึ่งในคนเคยลำบากใจกับเสียงหัวเราะตัวเองแนะนำคือ ปลดปล่อยเสียงหัวเราะของตนเองออกมา หัวเราะให้ได้ทุกวันยิ่งดี แน่นอนว่ามันก็ควรจะระวังเรื่องความดัง บรรยากาศ และไม่ให้รบกวนคนอื่น แต่จากงานวิจัยของคาร์ล มาร์ซี (Carl Marci) อาจารย์จาก  Harvard Medical School กล่าวไว้ว่า “เสียงหัวเราะแสดงถึงกิจกรรมทางสังคมของมนุษย์เรา มันเหมือนกับเวลาเราเขียนเครื่องหมายตกใจแสดงอารมณ์นั่นแหละ”

ท่ามกลางวันที่เคร่งเครียดในออฟฟิศ การมีคนสร้างเสียงหัวเราะมันช่วยได้เยอะ

Source

Harvard Business Review

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.