สร้าง Content Marketing ให้ได้ผล โดยใช้หลักมาสโลว์

Mar 7, 2020 1 min read
สร้าง Content Marketing ให้ได้ผล โดยใช้หลักมาสโลว์

สร้าง Content Marketing ให้ได้ผล โดยใช้หลักการ ‘ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์’

การทำ Content Marketing ที่เรารู้จักกันนั้น มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่การจะมองการตลาดแขนงนี้ให้ทะลุปรุโปร่งได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การนำเอาหลักการ ‘ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์’ มาจับ จึงเป็นไอเดียที่ไม่เลว เพราะนอกจากจะช่วยลดความซับซ้อนลงไปแล้ว ยังทำให้เรากำหนดกลยุทธ์ธุรกิจได้ง่ายขึ้น

คอนเทนต์ที่ใช้ในการตลาดนั้นมีอยู่หลายประเภท และที่สำคัญคือมีคอนเทนต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เมื่อลองมาสังเกตดูดีๆ แล้ว ทุกๆ คอนเทนต์ล้วนมีวัตถุประสงค์หลักๆ อยู่ 4 ข้อด้วยกัน ดังนั้นการคิดคอนเทนต์ด้วยหลักการของมาสโลว์ จะทำให้เราเห็นภาพรวมของธุรกิจมากขึ้น

เกริ่นมาพอสมควรแล้ว เราไปทำความรู้จักกับหลักการดังกล่าวกันเลย
ลำดับขั้นความต้องการของ Content Marketing

หลายคนน่าจะคุ้นหูกับทฤษฎี ‘ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์’ (Maslow Hierachy of Needs) ซึ่งกล่าวถึงความต้องการของมนุษย์ไว้ว่า มนุษย์เราต้องตอบสนองความต้องการพื้นฐานให้ตัวเองก่อน (อาหาร มีที่อยู่อาศัย) ก่อนจะสามารถคิดถึงความต้องการขั้นต่อๆ ไป เช่น ความรัก หรือความภาคภูมิใจในตนเอง ทำนองเดียวกันกับการสร้างคอนเทนต์ ที่มีลำดับความสำคัญเช่นกัน

1. ตอบโจทย์
วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำ Content Marketing คือการตอบโจทย์ให้ถูก ถ้าหากว่าเราเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่สนามประลองด้าน Content Marketing แล้วยังไม่มีคู่แข่งมากในกลุ่มเป้าหมายของเรา (niche) ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
การตอบโจทย์พื้นฐานความต้องการผู้บริโภคให้ได้ เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงเว็บไซต์ของเราในกรณีที่ตลาดมีการแข่งขันไม่สูงนัก แต่ปัญหาก็คือ ถ้าเนื้อหาของเราไม่โดนใจ ผู้ชมก็จะจากไปอย่างรวดเร็ว และจะไม่เกิดการเข้าชมซ้ำ

from wikipedia

2. ให้ความรู้ 
ตัวอย่างที่ดีของคอนเทนต์ให้ความรู้คือ Social Media Examiner (SME) ที่สร้างขึ้นโดย Michael Stelzner ในแต่ละวัน SME จะนำเสนอความรู้ต่างๆ ที่มีประโยชน์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ให้ความรู้คือ Ancient History Encyclopedia หรือ สารานุกรมประวัติศาสตร์โบราณ ซึ่งมีบทความที่น่าสนใจทั้งด้านภาษาโบราณ สถาปัตยกรรม หรือแม้กระทั่งวิธีสร้างอาวุธ

คอนเทนต์ประเภทนี้จะค่อนข้างดึงดูดให้ผู้อ่านเกิดความหลงใหล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างรายได้แก่เจ้าของธุรกิจ อย่างของทาง SME ที่ยกตัวอย่างมานั้น มีการให้บริการเว็บไซต์สำหรับการประชุมและเว็บไซต์สำหรับสมาชิก ส่วน Ancient History มีนิตยสารและสปอนเซอร์ที่สร้างรายได้ให้กับองค์กร

3. สร้างการเชื่อมต่อทางอารมณ์
หัวใจหลักของการทำการตลาดคือ ต้องพยายามทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจและลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือแม้กระทั่งได้ลูกค้าที่จงรักภักดี (loyalty) ปัญหาของคอนเทนต์ประเภทให้ความรู้จากกรณีศึกษาของ SME หรือ Ancient History คือ เรามักจะไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียนบทความที่เรากำลังอ่านอยู่ และคอนเทนต์ส่วนใหญ่ยังหนีไม่พ้นเรื่องของสินค้าต่างๆ ซึ่งถ้าผู้ชมพบสิ่งที่น่าสนใจกว่า ก็พร้อมจะเปลี่ยนทันที
การเชื่อมต่อทางอารมณ์กับผู้อ่านจะมาอุดรอยรั่วตรงนี้เพราะมันเชื่อมต่อกับผู้อ่านในระดับที่ลึกลงไปอีกขั้น เรามักจะรัก ชื่นชม หรือเทิดทูนแบรนด์หรือใครก็ตาม ผ่านวิดีโอ รูปถ่าย หรือโพสต์ในบล็อกของเขา ความล้มเหลวอันใหญ่หลวงของการตลาดในปัจจุบันเกิดจากมันไม่สร้างความเชื่อมต่อทางอารมณ์มากพอ ดังนั้นคอนเทนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
บทความล่าสุดใน The Wall Street Journal อธิบายเกี่ยวกับเหล่าคนดังใน podcast กำลังเปิดขายบัตรการแสดงสดของตัวเอง “นี่แหละตัวอย่างของการเชื่อมต่อทางอารมณ์ ทั้งยาวนานและทรงพลัง”

4. สร้างแรงบันดาลใจ
อารมณ์อะไรที่สัมพันธ์กับคอนเทนต์ที่ส่งต่อกันมากที่สุด (Viral)?
งานวิจัยหลายงานระบุตรงกันว่าอารมณ์นั้นคือ ‘ความกลัว’
นี่คือสุดยอดของคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้างความบันเทิงในรูปแบบที่สวยงาม อาจจะเป็นวิดีโอที่มีคำพูดสร้างแรงบันดาลใจ หรือวิดีโอที่ถ่ายทำแบบคุณภาพระดับภาพยนตร์จากแบรนด์ระดับโลก ที่ทำให้เมื่อเราดูแล้วต้องร้อง ‘ว้าว’
แน่นอนว่าการสร้างคอนเทนต์ประเภทนี้ทั้งยากและต้นทุนสูง มันต้องมีใช้การตลาดรูปแบบอื่นๆ ควบคู่กันไป ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์จะไม่ฝากชีวิตไว้กับคอนเทนต์ประเภทเดียวแน่นอน
แล้วจะนำไอเดียเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้อย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบให้

ค่าใช้จ่าย – ค่าใช้จ่ายในการสร้างคอนเทนต์จะเพิ่มขึ้นจากฐานสู่ยอดของพีระมิด
SEO – การนำหลักดังกล่าวเข้ามาช่วย จะมีความสำคัญกับฐานของพีระมิดมากกว่ายอดของพีระมิด
เป้าหมายทางธุรกิจ – ถ้าเราพยายามสร้างรายได้จากธุรกิจ มันอาจจะค่อยเป็นค่อยไป หรือดูไม่หวือหวานักในช่วงฐานของพีระมิด
การเปลี่ยนแปลง – ลองดูว่าคู่แข่งของเราอยู่ขั้นไหนในพีระมิดนี้ ถ้าเขาแค่ตอบโจทย์ เราอาจจะเลื่อนขึ้นไปในระดับที่ให้ความรู้ แค่นี้ก็สร้างความแตกต่างได้แล้ว

ที่มา: https://businessesgrow.com/2018/07/23/content-marketing-hierarchy-of-needs/

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.