ที่สุดของคำแนะนำจาก J.K. Rowling เพื่อทุกคนที่อยากประสบความสำเร็จ

Mar 17, 2020 1 min read
ที่สุดของคำแนะนำจาก J.K. Rowling เพื่อทุกคนที่อยากประสบความสำเร็จ

เรารู้ดีว่าชีวิตนักเขียนชื่อดังอย่าง เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ผู้แต่งนิยายขายดีเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ (Harry Potter) ไม่ได้มีแค่มุมที่รุ่งโรจน์อย่างที่เราเห็นๆ กัน แต่ชีวิตเธอก็เหมือนกับทุกคนที่เคยผ่านพบช่วงดำดิ่งมาก่อนที่จะดีดตัวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และสิ่งที่ทำให้เธอผ่านช่วงชีวิตที่ยากลำบากมาได้ก็คือการ “รักความล้มเหลว” ในสไตล์ของเธอ

อีกหนึ่งใจความที่ถูกยกให้เป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จ ก็คือข้อความที่ เจ.เค เคยทวีตไว้เมื่อปี 2017 ที่กล่าวถึงความสำคัญของการสานต่องานให้เสร็จ ไม่ว่างานนั้นจะเคยป่นปี้จากคำพูดของใครต่อใครมาก่อนก็ตาม

ทวีตนี้มีคุณค่าไม่แพ้สุนทรพจน์ที่ เจ.เค. เคยกล่าวที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดช่วงปี 2008 โดยเธอยกให้ความล้มเหลวเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะมันทำให้ เจ.เค.รู้จักคุณค่าของตัวเองผ่านความยากลำบาก

— —

หนังสือชุด แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ โกยยอดขายมากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลก ส่งผลให้นักเขียนอย่าง เจ.เค. โรว์ลิง มีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่หลายคนน่าจะรู้ดีอยู่แล้วจากสารพัดประวัติชีวิตที่ใครต่อใครเขียนถึงเธอว่า ก่อนที่จะออกหนังสือเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เจ.เค.เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตวันต่อวัน เดือนต่อเดือนจากสวัสดิการรัฐ และต้นฉบับแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ก็เคยถูกปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนจากสำนักพิมพ์มากมาย กว่าสำนักพิมพ์อย่าง Bloomsbury จะหยิบต้นฉบับมาขัดเกลาและเจียระไนให้เป็นเพชรเม็ดงามของวงการหนังสือ

credit : https://www.scholastic.com/teachers/teaching-tools/book-lists/the-complete-harry-potter-book-list.html

แน่นอนว่า เจ.เค.ไม่ได้ปกปิดช่วงเวลาที่ชีวิตยากลำบากของเธอ แต่พยายามสะท้อนภาพชีวิตช่วงกัดก้อนเกลือกินเพื่อจะได้แบ่งปันคำแนะนำให้คนทั่วโลกได้รับรู้ ประเด็นนี้ เจ.เค. เคยย้ำว่า ถ้าในตอนที่ยากลำบาก มีใครสักคนที่ผ่านจุดนี้มาแล้ว เดินมาบอกเธอตรงๆ ว่า “เธอจะล้มเหลวนะ เรื่องนี้เลี่ยงไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะจัดการกับมันยังไง” มันคงมีประโยชน์มากทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เจ.เค. พยายามพูดถึง ‘พลังของความล้มเหลว’ มาตลอดหลายสิบปี ตัวอย่างเช่นการกล่าวสุนทรพจน์ในปี 2008 ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บนเวทีนั้น เจ.เค. บอกว่าหลังจากชีวิตแต่งงานพังทลาย เธอก็ไม่มีงานทำ กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยากจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ดีที่ยังไม่ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เธอเคยรู้จัก แต่มาวันนี้ เธอคิดว่าความล้มเหลวในชีวิตช่วงแรกคือ “ของขวัญ” ที่ถือเป็น “ชัยชนะบนความเจ็บปวด”ที่สำคัญ นี่คือบทเรียนที่มีค่าเกี่ยวกับตัวเองและคนรอบตัว

นอกจากสุนทรพจน์ครั้งนี้ เจ.เค. ยังเดินหน้าบอกเล่าวิธีการโอบกอดความล้มเหลวทุกครั้งที่มีโอกาส เห็นได้ชัดจากทวิตเตอร์ของเธอเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 ซึ่งถือว่านั่นคือทวีตที่ปลุกใจคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเพื่อนๆ นักเขียน

โดยทวีตทรงคุณค่านี้เริ่มต้นเมื่อเจ.เค.ตอบทวีตจากเพื่อนนักเขียนชื่อเมลานี ไดโอนี โดยก่อนหน้านี้เมลานีทวีตไว้ว่า

“เฮ้ ฟังนะ! คนที่กำลังทำงานอะไรบางอย่างอยู่แล้วคิดว่า ‘ไม่มีใครอยากดูอยากอ่านหรอก’ จงทำต่อให้เสร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม”

ข้อความนี้โดนใจเจ.เค. มากๆ จนทำให้เธอรีทวีตพร้อมกับกล่าวเพิ่มเติมว่า

“มีหลายครั้งในช่วงยุค 90 ที่ฉันต้องการให้ใครสักคนมาพูดแบบนี้กับฉัน มันเป็นคำแนะนำที่ดีมาก”

เจ.เค. พยายามสนับสนุนให้นักเขียนลงมือทำโปรเจ็กต์ของตัวเองให้จบ โดยอธิบายว่าแม้งานนั้นจะเป็นงานที่ไม่มีใครเหลียวแล แต่มันก็จะสอนให้เรียนรู้หลายอย่าง ในแบบที่ไม่มีใครมาสอนคุณได้ ที่สำคัญ เจ.เค.ตอกย้ำด้วยว่า ต่อให้คุณเขียนงานที่ไม่มีใครอ่าน ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะสรุปว่างานนั้นเป็นงานที่ไม่ได้เรื่อง

นอกเหนือไปจากนั้น การสร้างสรรค์ผลงานให้เสร็จ ก็ยิ่งส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ทำให้เรามีกำลังใจที่จะรับมือกับงานอื่นๆ ต่อไปในอนาคต (พูดง่ายๆ คือดีกว่าหันมามองดูงานแล้วรู้สึกว่า ไอ้นั่นก็ไม่เสร็จ ไอ้นี่ก็ค้างคาอยู่)

เจ.เค.บอกด้วยว่าต่อให้งานชิ้นแรก ไม่ดัง ไม่ปังมาก แต่ใครจะรู้ว่างานชิ้นที่ 3, 4 หรือ 5 ของเราอาจประสบผลสำเร็จและบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ทุกคนจะไปถึงจุดนั้นไม่ได้ถ้าไม่ทำให้งานชิ้นที่ 1 หรือ 2 เสร็จสิ้นเสียก่อน

ตรงนี้เราว่าเป็นคำแนะนำที่ดีมาก เหมือนที่มีใครเคยบอกว่า

ก่อนจะคิดถึงคำว่าก้าวหน้า เอาก้าวแรกให้ผ่านก่อน

ห้ามยอมแพ้

แม้ว่าทวีตเหล่านี้ เจ.เค.จะพูดถึงคนที่ทำงานสร้างสรรค์ โดยเฉพาะนักเขียนทั้งหลาย แต่สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับคนทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี เมื่อคุณลงมือทำสิ่งใดไปแล้ว สิ่งที่ต้องมีตามมาหลังจากนั้นก็คือ ความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ซึ่งแน่นอนว่า เจ.เค. ไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ เพราะนักจิตวิทยาอย่างแองเจลา ดักเวิร์ธ (ผู้เขียนหนังสือขายดีเรื่อง Grit) ก็ยืนยันความคิดนี้หลังจากใช้เวลาศึกษาค้นคว้านานหลายปีจนพบว่า พรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษนั้นเป็นเพียงปัจจัยข้อเดียวที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความสามารถพิเศษใดๆ เลย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเพียรพยายาม เพราะความเพียรพยายามคือปัจจัยตัดสินว่าใครจะบรรลุเป้าหมายในชีวิตที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เพราะต่อให้มีพรสวรรค์ แต่หากปราศจากความพยายามแล้ว พรสวรรค์นั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าศักยภาพที่ไม่มีใครเห็น

ก่อนหน้านี้ เจ.เค. เคยให้สัมภาษณ์กับรายการ Today ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ว่าโลกเรายังพูดถึงความล้มเหลวน้อยเกินไป ทั้งที่ความล้มเหลวสามารถช่วยสร้างพลังให้ทุกคนลุกขึ้นมาจัดการชีวิตได้หลังจากผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาแล้ว

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนนวนิยาย ก่อร่างสร้างกิจการ หรือทำอะไรก็ตาม ขอให้ลงมือทำ และมุ่งมั่นทำไปโดยไม่ยอมแพ้ ต่อให้ล้มกี่ครั้ง ก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด โอบกอดความล้มเหลว และลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เชื่อมั่นต่อไป

“เพราะสิ่งที่ได้มาโดยยากนั้น ให้บทเรียนที่มีค่าเสมอ”

ที่มา :

https://www.inc.com/business-insider/25-successful-leaders-give-their-best-career-advice-for-millenials.html

https://www.cnbc.com/2017/04/05/j-k-rowlings-best-advice-for-anyone-determined-to-succeed.html

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.