fbpx
Menu
Leader SHIFT

Black Panther: 3 บทเรียนความเป็นผู้นำที่มีเมตตาในแบบฉบับ Martin Luther King Jr.

Black Panther

In Summary

  • แบล็กแพนเธอร์ (Black Panther) คือหนึ่งในภาพยนตร์ของ Marvel ที่สร้างรายได้ถล่มทลายจากการเป็นฮีโรผิวสีคนแรกที่มีภาพยนตร์เดี่ยวเป็นของตนเอง
  • แบล็กแพนเธอร์ไม่เพียงแค่เป็นฮีโรหลักผิวสีคนแรก แต่ยังเป็นฮีโรผิวสีที่ได้รับการนำเสนอในรูปแบบที่ไม่มีใครเหมือน คือไม่ถูกกดขี่ เหยียดเชื้อชาติ มีศักดิ์ศรี และมีอาณาจักรที่รุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นภาพในอุดมคติของแอฟฟริกันอเมริกันหลายคน
  • แบล็กแพนเธอร์มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์  (Martin Luther King Jr.)  กล่าวคือทั้งคู่เป็นผู้นำที่ต่อสู้อย่างสันติวิธี พร้อมร่วมสู้กับผู้ติดตาม มีเมตตาและเข้าใจผู้อื่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้นำทุกคนควรมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงเช่นปัจจุบัน 

ก่อนอื่นเราขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของ แซดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman) ในวัย 43 ปี ผู้สร้างตำนานราชาเสือดำขวัญใจคนทั้งโลก ‘แบล็กแพนเธอร์ (Black Panther)’

เขาคือราชาผู้แข็งแกร่งทั้งในจอและนอกจอ เขาต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้มายาวนาน โดยไม่เคยแสดงความเจ็บปวดสู่สาธารณชนเลย เราขอไว้อาลัยให้กับชายที่ได้สร้างความหวังใหม่ให้เด็กๆ ผิวสีที่ไม่เคยหวังเป็นซูเปอร์ฮีโรได้เต็มตัว เพราะเบื้องลึกในจิตใจรู้ว่าไม่อาจเหมือนสไปเดอร์แมน ไอรอนแมน หรือกับตันอเมริกาได้ แต่หลังจากนี้เด็กผิวสีแอฟริกัน-อเมริกันต่างพูดอย่างเต็มปากได้ว่า พวกเขาเป็นแบล็กแพนเธอร์

แบล็กแพนเธอร์ฉายครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2018 และกวาดรายได้ไปถล่มทลายทะลุ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลายคนต่างพูดกันว่ามันเป็นเพราะว่าแบล็กแพนเธอร์คือฮีโรผิวสีคนแรกของ Marvel ที่รายล้อมไปด้วยตัวละครผิวสี และทีมงานผิวสี ซึ่งเราให้สิ่งนั้นถูกครึ่งหนึ่ง แต่หากมองให้ลึกลงไปในอีกมิติ ที่ผ่านมามีฮีโรผิวสีมากมายที่แทรกอยู่ตามภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล นิก ฟิวรี วอร์แมชชีน หรือ ฟอลคอนในแก๊งอเวนเจอร์ก็เป็นฮีโรผิวสี ดังนั้นหากจะพูดให้ถูกคือแบล็กแพนเธอร์คือฮีโรผิวสี ‘คนแรก’ ที่ได้รับบทเด่นและมีภาพยนตร์เป็นของตนเองในจอยักษ์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดอยู่ดี

Photo from: Marvel Studio

เพราะสิ่งที่ทำให้แบล็กแพนเธอร์ซื้อใจคนผิวสีทั้งโลกได้อยู่หมัดคือการนำเสนอแบล็กแพนเธอร์ในแบบที่ไม่ถูกดูดกลืนไปในเมืองหลวงแบบนิว ยอร์ก ซิตี้ ไม่ได้มีความทนทุกข์ทรมานจากการถูกกดขี่ หรือเหยียดเชื้อชาติ แต่เป็นแบล็กแพนเธอร์ที่มีศักดิ์ศรี มีอาณาจักรที่รุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี ซึ่งรุ่งเรืองยิ่งกว่าประเทศของคนผิวขาวภายนอกด้วยซ้ำไป มีประชาชนใต้ปกครองที่เคารพรัก มีความสุข และไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของ ‘ภาระคนผิวขาว’ (The Burden of White Men) และนั่นคือชีวิตในอุดมคติที่ชาวผิวสีฝันใฝ่

อีกสิ่งหนึ่งที่กัดชาวผิวขาวทั้งหลายได้อย่างเจ็บแสบคือการที่ผู้นำวากันดารุ่นแล้วรุ่นเล่าพยายามอย่างยิ่งที่จะปิดบังความเจริญของวากันดาจากสายตาชาวโลก ป้องกันเหล่าแร้งกาที่จะมาจิกเอาผลประโยชน์และรุกรานพวกเขา นี่คือภาพที่ประเทศแอฟริกัน หรือแม้แต่อินเดียนแดงที่อยู่มาก่อนโคลัมบัสอาจพัฒนาไปถึง ถ้าหากไม่ถูกรุกราน

หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องแบล็กแพนเธอร์จบและทำการเชื่อมต่อกับประเด็นผิวสีแห่งโลกความเป็นจริงเรียบร้อย คาแรคเตอร์และความคิดที่แสดงออกมาของแบล็กแพนเธอร์หรือคิงทีชัลลา (T’ Challla) ชวนให้เรานึกถึงผู้นำที่มีตัวตนจริงในโลกของเรา มาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม เจ้าของสุนทรพจน์ ‘I have a dream’ อันโด่งดัง ฮีโรผู้เรียกร้องความเท่าเทียมให้กลุ่มคนผิวสีในอเมริกา

บทเรียนที่ 1 ความต้องการที่จะสู้อย่างสันติวิธี แบล็กแพนเธอร์ไม่เคยคิดที่จะฆ่า อีริก คิลมองเกอร์ (Kill Monger) ที่หมายมั่นปั้นมือจะชิงบัลลังก์ เขาถึงกับขอให้สู้ตามธรรมเนียมและยอมรับผล ในขณะที่คิงส์เองก็ยืนหยัดต่อสู้อย่างสันติวิธี ทั้งกล่าวสุนทรพจน์ พยายามเชิญชวนให้คนไปออกเสียง หรือเข้าร่วมการประท้วงอย่างสันติ ไม่มีการเล่นนอกกฎหรือใช้ความรุนแรงใดๆ ตลอดชั่วชีวิต

บทเรียนที่ 2  ร่วมทุกข์ร่วมสุข ในทุกการต่อสู้ แบล็กแพนเธอร์ไม่เคยนั่งอยู่บนบัลลังก์ดูทหารของเขารบเพื่อเอาชัยชนะมาให้ กลับกันเขาคือทัพหน้าที่เดินนำทหารทุกคนเข้าสู่สมรภูมิรบ เช่นเดียวกัน คิงส์เองก็ไม่เคยยืมมือผู้ติดตามมาประท้วงแทนเช่นกัน เขาลงไปเองในทุกการประท้วง ขึ้นพูดสุนทรพจน์เอง และก้าวเดินไปพร้อมๆ กับผู้ประท้วงคนอื่นๆ เขาถูกลอบสังหารในขณะที่เดินทางไปช่วยพนักงานเก็บขยะประท้วงหยุดงาน

บทเรียนที่ 3 มีเมตตาและเข้าใจฝั่งตรงข้าม แบล็กแพนเธอร์คือที่หนึ่งในฮีโรที่มีเมตตา เขาถึงกับหยุดไล่ล่าคนร้ายเพื่อหันไปช่วยเจ้าหน้าที่ CIA ที่บาดเจ็บ เขาไม่เคยคิดฆ่าคิลมองเกอร์ และยังให้อภัยพร้อมทั้งเข้าใจความต้องการของคิลมองเกอร์ เช่นเดียวกันกับคิงส์ ความเมตตาของเขาทำให้เขาทนเห็นความไม่เท่าเทียมของหญิงผิวดำที่ถูกจับ จากการไม่ยอมสละที่นั่งให้ชายผิวขาว และทนเห็นความทุกข์ทรมานที่ชาวผิวสีต้องประสบไม่ได้ นั่นทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าเป็นผู้นำในการเรียกร้อง และไม่ว่าเขาและครอบครัวจะถูกทำร้ายอย่างไร เขาก็ไม่เคยโต้ตอบ

3 คุณสมบัตินี้คือสิ่งที่ทำให้ทั้งแบล็กแพนเธอร์ และมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์เป็นที่รักจากชาวเมืองและผู้ติดตาม ทำให้พวกเขาเป็นผู้นำที่น่าเคารพนับถือ และนำพาพวกเขาไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่ต้องการท่ามกลางโลกแห่งความรุนแรงและโกลาหลได้

วากันดาอาจจะเป็นดินแดนของชาวผิวสีในอุดมติที่คิงส์หมายมั่นปั้นมือจะพาอเมริกาในยุค 70 ไปให้ถึง ซึ่งแบล็กแพนเธอร์ก็เป็นภาพยนตร์ที่ออกมาสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกหลานชาวผิวสีของคิงส์ทุกคนรู้ว่าหากยืนหยัดต่อสู้ด้วยเมตตาและสันติ เราก็สามารถมีดินแดนแห่งอิสระอย่างวากันดาบนโลกได้ และให้ชาวผิวขาวทุกคนรู้ว่า กลุ่มผิวสีที่เคยถูกกดขี่สามารถมีความสามารถ และไปได้ไกลมากแค่ไหน หากเราให้พื้นที่พวกเขาได้เติบโต

May Chedwick Boseman rest in peace.

Source

ต่อยอดจาก Stanfordสู่คอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life

 

จากคอร์สเรียน Design Thinking ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

โดย บิล เบอร์เนตต์ และ เดฟ อีวานส์ ที่ดึงดูดนักเรียนหัวกะทิ

ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘ไม่ว่าใครๆ ก็ออกแบบชีวิตใหม่ได้’

วันนี้เราต่อยอดคอร์สเรียนสุดฮิต มาเสิร์ฟให้คุณถึงหน้าจอแล้ว

No Comments

    Leave a Reply