8 เหตุผลที่นักลงทุนไม่ควรลงทุนแบบ VC (Venture Capital)

Mar 24, 2020 1 min read
8 เหตุผลที่นักลงทุนไม่ควรลงทุนแบบ VC (Venture Capital)

เชื่อว่านักลงทุนประเภท Angel Investor หรือนักลงทุนใจดี มีทุนเบื้องต้นสนับสนุนสตาร์ทอัพทั้งหลาย อาจจะเคยมีความคิดอยากจะเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนเป็นแบบ VC (Venture Capital) หรือบริษัทร่วมลงทุนบ้าง ด้วยเหตุผลของการมีทุนมากขึ้น มองกำไรในอนาคต หรือมองเห็นศักยภาพของบริษัทก็ตามแต่ ซึ่งแน่นอนว่า การลงทุนทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ตั้งแต่เรื่องของวิธีการทำงานไปจนถึงผลลัพธ์ 

แต่อย่างไรก็ตาม บทความนี้กำลังจะบอกคุณว่า การเป็น Angel Investor นั้น จริงๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่มากมาย โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแนวไปเป็นนักลงทุนแบบ VC อย่างที่ใครๆ บอกกัน 

แล้วข้อดีของ Angel Investor มีอะไรบ้าง?

1. มีความยืดหยุ่นมากกว่า

ถ้าให้พูดรวมๆ ก็คือ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ คุณจะลงทุนกับบริษัทในแอฟริกา แล้ววันต่อมาคุณจะลงทุนกับบริษัทในตะวันออกกลางก็ยังได้ โดยที่คุณไม่ต้องอธิบายถึงกลยุทธ์หรือความคิดอะไรให้ใครรับรู้ หลักๆ แล้วคุณก็เหมือนกับเปิดโอกาสให้ตัวเองมากขึ้นนั่นแหละ บางคนอาจจะชอบการมีคนคอยช่วยเหลือหรือตัดสินใจ แต่สำหรับใครที่อยากทำงานแบบไม่คิดมาก อยากปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา การลงทุนแบบนี้นี่แหละ เหมาะที่สุด

2. คุณสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้

เชื่อมโยงต่อจากเรื่องความยืดหยุ่น การลงทุนประเภทนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้และเวลาไหนก็ได้ในโลก เพราะนักลงทุนพวก Angel Investor จะไม่ได้นั่งเป็นบอร์ดในบริษัทมากมาย คุณสามารถคุยกันผ่าน VDO call ใดๆ ก็ได้เพราะฉะนั้นเวลาและสถานที่การนัดประชุมก็ไม่จำเป็นต้องจริงจังหรือจำกัดอิสรภาพของคุณขนาดนั้น 

3. สามารถเจรจากับสตาร์ทอัพได้รวดเร็วกว่า

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนประเภท VC กว่าคุณจะสามารถปิดดีลหรือผ่านกระบวนการมากมายให้สำเร็จลุล่วงได้ คุณต้องลงทุนด้วยเงินเป็นจำนวนมากแถมยังต้องใช้เวลาไปกับการโน้มน้าวให้ผู้บริหารของสตาร์ทอัพนั้นๆ มาเลือกนักลงทุนอย่างคุณอีกต่างหาก แต่ถ้าเป็น Angel Investor ด้วยจำนวนเงินลงทุนที่ไม่มากจนเกินไปนัก เช่นตั้งงบไว้ที่ประมาณ 50,000-150,000 เหรียญ ไม่เกินนี้ ความยุ่งยากในการพูดคุยเจรจาก็จะลดลงไปด้วยโดยปริยาย 

4. คุณสามารถสร้างผลงานให้สำเร็จได้โดยไม่ต้องแข่งกับคนอื่น

เมื่อคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อแข่งกับใครแล้วนั้น คุณก็สามารถที่จะอยู่ในวงการนี้และเป็นมิตรกับนักลงทุนรายอื่นๆ ได้อย่างสบายใจ เพราะถ้าคุณทุ่มไปที่บริษัทใดมากเกินไป นักลงทุนรายอื่นก็ไม่สามารถลงทุนได้มากเท่าที่เขาตั้งใจ ซึ่งก็จะนำไปสู่การเจรจาที่วุ่นวายยากลำบากอีก ถ้าอยากอยู่ในวงการนักลงทุนแบบสงบสุข การเป็น Angel Inverstor นี่แหละเหมาะแล้ว 

5. ไม่ต้องมีปัญหากับการ signaling 

การลงทุนแบบ Angel Investor ไม่มีข้อจำกัดที่น่ากังวลมาก ถ้าหากวันหนึ่งอยากจะถอนตัวและถอยออกมา ก็สามารถทำได้ เพราะตลาดไม่ได้มีความคาดหวังหรือติดตามรายงานมากเท่ากับ VC  ซึ่งในการลงทุนแบบ VC คุณจะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เพราะนักลงทุนคนอื่นๆ กำลังจับตามองว่าคุณกำลังตัดสินใจอะไรอยู่ (signaling) ถ้าคุณไม่ตัดสินใจลงทุน คุณอาจจะทำให้บริษัทนั้นๆ ไปต่อไม่ได้หรือถึงจุดจบได้เลย  

6. ไม่ต้องวุ่นวายกับงานบริหารมากมาย 

ถ้าคุณเป็นผู้ลงทุนแบบ VC บอกได้เลยว่าสิ่งที่ยุ่งยากไม่แพ้เรื่องอื่นๆ คือการจัดการบัญชี คุณจะต้องคอยรายงานทำสรุปให้กับบริษัทอื่นๆ ทั้งเรื่องภาษี เรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี หรือจะต้องมาดูแลเรื่องอีกสารพัดที่คุณไม่คิดว่าจะต้องสนใจมาก่อน พูดง่ายๆ ว่าการลงทุนแบบ VC อาจทำให้คุณใช้เวลาเกือบปีกว่าจะจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เข้าที่เข้าทางได้ 

7. ไม่มีการผูกมัดในระยะยาว

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ว่ากันว่า คุณไม่ควรระดมทุนใดๆ ถ้าคุณไม่ได้คิดว่าจะทำสิ่งนั้นไปอีกเป็นสิบปีข้างหน้า โดยทั่วไปแล้ว กองทุนส่วนใหญ่จะมีอายุยาวนานอยู่ที่ประมาณ 10 ปีหรืออาจจะต่อยอดไปอีกสัก 1-2 ปี ดังนั้นมันอาจจะฟังดูเข้าใจได้ถ้าคุณจะลงทุนในจำนวนเริ่มแรก (Seed funding) แล้วมันต้องใช้เวลาสักสิบปีเพื่อ exit ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเกินคุ้ม

 แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณตั้งบริษัท VC ละก็ คุณอาจจะต้องลงเอยด้วยการลงทุนในบริษัทหนึ่ง แล้วตามด้วยอีกบริษัทหนึ่งไปเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อนไปจนถึงเวลาเกษียณเลยก็เป็นได้ เพราะการเป็น VC มันเป็นเรื่องของการหาบริษัทลงทุนเพื่อทำกำไรไปเรื่อยๆ นั่นเอง 

8. คุณไม่จำเป็นต้องมี Unicorn เพื่อที่จะอยู่รอด 

อย่างที่ Jason M. Lemkin (หนึ่งในนักลงทุนในแวดวงสตาร์ทอัพ) กล่าวไว้ว่า นักลงทุนแบบ VC จะต้องการ Unicorn เพื่อที่จะอยู่รอด ซึ่งจะตรงกันข้ามกับนักลงทุนที่มาด้วยจำนวนเงินลงทุนขนาดเล็กแบบ Angel investor ยิ่งถ้าหากมีโอกาสได้เข้าลงทุนเร็ว โอกาสและผลลัพธ์ที่ได้ก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า ถึงแม้ว่าบริษัทที่ลงทุนไปจะไม่ได้มีมูลค่าของยริษัทสูงมากก็ได้

เอาละ และทั้ง 8 เหตุผลนี้ ก็คือเหตุผลที่นักลงทุนแบบ Angel Investor ควรเลือกที่จะลงทุนในรูปแบบเดิมต่อไป 

แล้วถ้าถามว่า ตกลงการย้ายมาเป็นนักลงทุนแบบ VC นั้นมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ? คำตอบคือก็ไม่ถึงขนาดนั้น และไม่ได้แปลว่าจะไม่ดีเสมอไปด้วย เพราะจริงๆ รูปแบบของนักลงทุนแบบ VC ก็มีข้อดีอยู่ไม่แพ้กัน 

และนี่คือข้อดีทั้ง 4 ข้อของการเป็นนักลงทุนแบบ VC 

1. คุณเปิดโอกาสให้บริษัทที่ร่วมลงทุนได้มากขึ้น

การลงทุนแบบ VC จะช่วยเปิดโอกาสในการเติบโตให้กับบริษัทนั้นๆ มากขึ้น เพราะถ้าเป็น Angel Investor การลงทุนในแต่ละครั้งมักจะเกิดขึ้นด้วยตัวนักลงทุนคนเดียวเดี่ยวๆ  หรือต่อให้มีการลงขันร่วมกับผู้ลงทุนรายอื่นๆ แต่ยังเป็นเงินลงทุนในระดับ Seed Fund ก็ถือว่าไม่ได้มีเงินทุนเพิ่มขึ้นมากมายนัก ในทางกลับกัน VC จะช่วยให้แต่ละบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนทำธุรกิจได้นานขึ้น สามารถวางแผนการทำธุรกิจในระยะยาวได้เลย 

2. สร้าง connection ได้มากขึ้น

เมื่อได้ร่วมลงทุนกับทีมที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทนั้นๆ แล้ว ตัวคุณเองในฐานะ VC ยังได้คอนเนคชั่นหรือการสร้างสายสัมพันธ์ที่อาจเหนียวแน่นมั่นคงเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันเลยก็ได้ (เพราะต้องลงทุนกันไปยาวๆ ) ตรงกันข้ามกับ Angel Investor ที่อาจจะไม่ได้ทำงานร่วมกับคนอื่นมากและยาวนานเพียงพอ (พูดง่ายๆ คือ เข้าเร็วออกเร็ว) 

3. ได้ทำงานเป็นทีม

การมีทีมงาน (อย่าลืมว่าต่างจาก Angel Investor ที่เป็นประเภทข้ามาคนเดียว) ย่อมจะทำให้มีการตัดสินใจลงทุนได้เฉียบคมขึ้นและก่อให้เกิดผลดีกับพอร์ตฟอลิโอของบริษัทด้วย ที่สำคัญคุณจะรู้สึกสนุกมาก แต่ถ้าหากคุณมีงานประจำอยู่แล้วและคิดว่าการลงทุนแบบ Angel Investing เป็นแค่งานอดิเรกที่คุณพอใจแล้ว 

การลงทุนแบบ VC ก็ไม่น่าจะเหมาะกับคุณ 

4. มีความสุขกับการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ 

ผู้ประกอบการแทบทุกคนจะต้องมีความสุขและมีความสนุกในการลงทุนอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทร่วมลงทุนบางแห่งก็จะมีความตั้งใจในการทำงานสูงมาก มีกิจกรรม และการทำงานที่ละเอียดและสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อที่จะหาวิธีช่วยพัฒนาหากลยุทธ์ที่ดีขึ้นให้พวกเขา ใครที่ชื่นชอบในการทำงานแบบนี้ก็ถือว่าคุณหาที่ที่ใช่เจอแล้ว แต่ถ้าใครที่ชอบการทำงานแบบสันโดษ ก็ไม่ผิดที่คุณจะหันไปในทางของ Angel Investor 

เอาเป็นว่า การลงทุนแต่ละแบบก็มีความเสี่ยง และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน คงไม่เกี่ยวว่าคุณจะใช้เงินลงทุนมากแค่ไหน แค่เลือกเป็นนักลงทุนในแบบที่คุณสบายใจและเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละดีที่สุด 

ที่มา https://medium.com/point-nine-news/8-reasons-why-you-shouldnt-raise-a-vc-fund-and-4-why-i-love-being-a-vc-regardless-a6a9addb31a2

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.