fbpx
Menu
The Founder

สตาร์ทอัพ 101 : นักลงทุนแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

ทุน ทุน ทุน เรื่องนี้แทบจะเป็นเรื่องที่สตาร์ทอัพแทบทุกคนรู้ซึ้งดีว่ามันสำคัญมากเพียงใด เพราะต้องยอมรับว่า การทำธุรกิจล้วนต้องมีทุนสนับสนุน คนที่กว้างขวางมีครอบครัวหรือเพื่อนฝูงพร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลในช่วงเริ่มต้น ก็ถือว่าโชคดีไป ที่มีทุนเริ่มต้น แต่สำหรับคนที่มีไอเดีย มีแผนการทำธุรกิจ แต่ไม่มีทุนให้อุ่นใจ ตำราสตาร์ทอัพ เขาให้มองไปที่นักลงทุนทั้งหลายที่พร้อมจะสนับสนุนให้คุณเดินหน้า แต่อย่างไรก็ดี นักลงทุนก็แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มที่สำคัญ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีข้อดีข้อเสียที่คุณควรรู้ก่อนจะจับมือทำงานร่วมกัน 

และนี่ก็คือนักลงทุน 4 กลุ่มที่เราว่า 

  • VC (Venture Capital) บริษัทร่วมทุน 
  • Lone Angel Investor นักลงทุนใจดี ให้เงินเริ่มต้นในจำนวนที่ไม่สูงมาก แต่ทำให้บริษัทมีพลังขับเคลื่อนในระยะเริ่มต้นได้ และเป็นนักลงทุนที่ควักเงินของตัวเองคนเดียว 
  • Angel groups เป็นนักลงทุนใจดีเหมือนกัน แต่มาเป็นกลุ่ม
  • Syndicates คือมีเงินทุนจาก VC แต่ลงทุนครั้งเดียว ไม่ได้ลงทุนต่อเนื่องแบบ VC 

ข้อดีและข้อเสียในแต่ละกลุ่มนักลงทุน

การวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในแต่ละกลุ่มนั้น มีเกณฑ์ที่ใช้วัดผลทั้งหมด 11 ข้อที่เราควรศึกษาเอาไว้ นันก็คือ 

1. ระยะเวลาการตัดสินใจ

2. ขนาดหรือจำนวนเงินในการลงทุน 

3. ราคาและการประเมินค่าของบริษัท

4. ความต้องการควบคุม

5. การช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก 

6. ประสบการณ์ในวงการสตาร์ทอัพ

7. ความสามารถในการเติมเงินลงทุน (follow-on) 

8. วิธีการบริหารธุรกิจ

9. การแบ่งหุ้นตามที่ต้องการ (Liquidation Preference) 

10. ปัญหาทั่วๆ ไป

11. ความสามารถในการหาทุนต่อไปในอนาคต

แต่ละเกณฑ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามกลุ่มของนักลงทุน มาดูกันแบบละเอียดดีกว่าว่ามันมีความหมายอย่างไรบ้าง

1. ระยะเวลาการตัดสินใจ

Lone Angel – ตัดสินใจได้เร็วที่สุด เงินทุกก้อนเป็นของพวกเขาเอง ไม่จำเป็นต้องรอใคร 

Syndicate – ตามมาด้วย syndicate ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ยิ่งดีลที่สำคัญๆ ต้องเร่งการตัดสินใจ ก็จะยิ่งปิดดีลเร็ว 

VC – อาจจะต้องผ่านหลายขั้นตอนเพื่อทำการปิดดีล แต่ถ้าดีลที่น่าสนใจ เช่น เป็นสตาร์ทอัพสุดฮอต น่าลงทุน พวกเขาก็สามารถที่จะเร่งปิดดีลให้เร็วขึ้นได้เทียบเท่ากลุ่ม Syndicate เลย แต่ขั้นตอนบางอย่างอาจจะเยอะขึ้น เพราะ VC เป็นองค์กรที่มีระบบระเบียบพิธีการเยอะพอสมควร 

Angel Groups – ช้าที่สุดในทุกประเภท เพราะกว่ากลุ่มนี้จะไป pitch ในแต่ละอีเวนท์ก็ใช้เวลา 2-3 เดือนครั้ง แล้วกว่าจะไปโน้มน้าวเพื่อนๆ นักลงทุนในกลุ่มก็ใช้เวลามากขึ้นไปอีก 

2. จำนวนเงิน (Size) ในการลงทุน

VC – ถือว่าเป็นบริษัทที่เขียนเช็คมูลค่าเยอะที่สุด เพราะพวกเขามักจะต้องการได้ผลประโยชน์กลับมาคุ้มที่สุดในทุกๆ การลงทุน รวมทั้งเปอร์เซ็นต์ในการได้เป็นเจ้าของบริษัทด้วย 

Syndicate และ Angel groups – ขึ้นอยู่กับขนาดของบริษัทพวกเขาด้วยว่าใหญ่หรือเล็กแค่ไหน การลงทุนเฉลี่ยจะอยู่มากสุดประมาณ 1-2 ล้านเหรียญ

Lone Angels – ลงทุนในจำนวนเล็กๆ เท่านั้น

3. ราคาและการประเมินค่าของบริษัท

Lone Angels – กลุ่มนี้มักจะไม่ค่อยซีเรียสกับมูลค่ามากนัก คนที่มาลงทุนส่วนใหญ่แค่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง นักลงทุนกลุ่มนี้มักจะไม่ได้มีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจที่จะลงทุนเท่าไหร่นัก และทักษะการต่อรองก็ไม่ค่อยดีด้วยซ้ำ 

Angel groups – จะอยู่ในระดับที่เหนือขึ้นมาหน่อย พวกเขาจะมีความคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเรื่องราคามากกว่า Lone Angels เพราะต้องการได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมา

Syndicates – ที่เหนือไปกว่า Angel คือกลุ่มนี้ พวกเขาสามารถเขียนเช็คได้เร็วมาก แถมยังมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องราคาอีกด้วย 

VC – แน่นอนว่าถ้าจริงจังเรื่องราคาและมูลค่าที่สุดก็ต้องเป็น VC เพราะพวกเขาจำเป็นที่จะต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาคืนกลุ่มนักลงทุน รวมทั้งการคิดค่าบริหารจัดการต่างๆ ตามมาหลังจากนั้นด้วย 

4. ความต้องการในการควบคุม

แน่นอนว่าการบริหารธุรกิจของด้วยตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเหล่า founders ไม่เช่นนั้นการทำงานหรือการตัดสินใจต่างๆ อาจจะไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ 

Lone Angels – กลุ่มนี้จะไม่ค่อยเข้ามามีบทบาทมาก แต่ก็สามารถให้คำแนะนำเมื่อคุณต้องการได้บ้าง 

Angel Groups and Syndicates – สองกลุ่มนี้อาจจะต้องการการอัพเดตข้อมูลต่างๆ เป็นระยะๆ หรืออาจจะมีนัดประชุมบอร์ดบ้างเป็นครั้งคราว

VC – จะเป็นกลุ่มที่จริงจังมากสุด เพราะพวกเขาต้องดีลกับ LP หรือ Limited Partner ด้วย การประชุมบอร์ดก็จะเป็นไปอย่างจริงจัง 

5. การช่วยเหลือจากคนนอก 

VC – กลุ่ม VC จะเป็นกลุ่มที่สามารถหาเครือข่ายและติดต่อขอความช่วยเหลือให้กับ founders ได้มากที่สุด ทั้งเรื่องของงบประมาณ คำปรึกษา ไปจนถึงผู้รอบรู้ด้านเทคนิคต่างๆ ที่ founders ต้องการ 

Angel Group – พนักงานหลายๆ คนมีความตั้งใจที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย ทำให้เห็นถึงการสนับสนุนที่จะส่งผลดีในอนาคตได้

Syndicates – มีเครือข่ายที่กว้างขวาง แต่ผลลัพธ์อาจจะยังไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากับสองกลุ่มแรก 

Lone Angels – เนื่องจากเป็นการลงทุนกับคนคนเดียว เครือข่ายหรือคอนเนคชั่นอาจจะไม่หนาแน่นมากสักเท่าไหร่ 

6. ประสบการณ์ในวงการสตาร์ทอัพ

คล้ายๆ กับข้อที่ 5 ประสบการณ์ในวงการมักจะมาพร้อมกับเครือข่ายและคอนเนคชั่น 

7. ความสามารถในการลงทุนต่อเนื่อง (follow-on) 

VC – โปรไฟล์ของ Venture Capital จะถูกคาดเดาจากการลงทุน follow-on ซึ่งเงินทุนมักจะถูกจองไว้ประมาณ 50-75% 

Syndicates – ด้วยความที่จำนวนฐานของนักลงทุนนั้นมีเยอะ และนักลงทุนก็มักจะให้จำนวนเปอร์เซ็นต์น้อย การทำ follow-on จึงเกิดขึ้นได้ง่าย

Angel Groups – ไม่ค่อยมีการทำ follow-on มากนัก เนื่องจากการจำกัดเรื่องเวลาและอาจจะไม่ค่อยโฟกัสที่ ROI สักเท่าไหร่

Lone Angels – นักลงทุนแบบเดี่ยวๆ มักจะไม่ค่อยมีเงินสนับสนุนมากนัก การทำ follow-on จึงไม่ค่อยได้อยู่ในความคิดพวกเค้านั่นเอง

8. ระบบการจัดการ (การเมืองในองค์กร) 

Lone Angels – การลงทุนแบบอิสระแน่นอนว่าจะต้องชนะในหมวดนี้ พวกเค้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของการเมืองหรือปัญหาต่างๆ สักเท่าไหร่

Syndicates – ตัวแทนของ syndicate จะต้องหาดีลแล้วนำเสนอต่อให้กับกลุ่ม เพราะฉะนั้นพวกเค้าต้องหาดีลให้ได้เป็นจำนวนมากอยู่เรื่อยๆ 

Angel Groups – ด้วยความที่มีหลายขั้นตอนในการทำงาน กฏเกณฑ์ต่างๆ ในการลงทุน กลุ่ม Founders  อาจจะไม่ค่อยชอบสไตล์นี้มากนัก

VC – รวมๆ แล้วเป็น firm ที่ดี แต่จะมีเรื่องของการเมืองระหว่าง GP (General Partner) อยู่บ้าง เพราะพวกเค้ามักจะโหวตในการลงทุน fund ของตัวเอง

9. Liquidation Preference

Lone Angels – นักลงทุนอิสระมักจะไม่มีความเข้าใจหรือสนใจในเรื่องนี้สักเท่าไหร่ 

Syndicates และ Angel Groups – สองกลุ่มนี้จะมีประสบการณ์ในการลงทุนอยู่บ้าง ทำให้พวกเค้าไตร่ตรองและตรวจสอบในเรื่องของ Preferred Shares มากหน่อย

VC – กลุ่มนี้จริงจังมากๆ ในเรื่องของ Liquidation Perference พวกเค้าต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด

10. ปัญหาทั่วๆ ไป

11. สามารถช่วยลงทุนต่อในอนาคต

VC – กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีตัวช่วยให้ founder เยอะมากๆ และสามารถพร้อมที่จะสนับสนุนต่อในอนาคต 

Syndicates และ Angel Groups – เนื่องจากมีสมาชิกและเครือข่ายที่กว้างขวาง สองกลุ่มนี้ก็สามารถช่วยเหลือคุณได้ในอนาคตเช่นกัน 

Lone Angels – แทบจะไม่มีคอนเนคชั่นหรือทรัพยากรอื่นๆ สักเท่าไหร่ 

ถ้าจะให้สรุปเป็นคะแนนโดยรวมว่าลงทุนกับกลุ่มไหนจะเหมาะที่สุด

1. Lone Angel และ Indicate : 23 คะแนน 

2. VC : 24 คะแนน 

3. Angel Group : 25 คะแนน 

ที่มา https://medium.com/better-marketing/startup-fundraising-101-the-pros-and-cons-of-angels-vcs-angel-groups-and-syndicates-1226fdcec828

ถ้าคุณมีอาการแบบนี้!คอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life เหมาะกับคุณ

แก้ปัญหาชีวิตการทำงานแสนหดหู่ ไร้เป้าหมาย

เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับการออกแบบชีวิตที่ใช่ งานที่ชอบของตัวเอง

กับคอร์สออนไลน์ Designing Your Work Life

จากหนังสือขายดี New York Times ที่สร้างความฮือฮามาแล้วทั่วโลก

No Comments

    Leave a Reply