The Pareto Principle: ทำ 20 ได้ผลลัพธ์ 80 พลิกชีวิตทำงานด้วยหลักการน้อยแต่มาก

Aug 17, 2020 1 min read
The Pareto Principle: ทำ 20 ได้ผลลัพธ์ 80 พลิกชีวิตทำงานด้วยหลักการน้อยแต่มาก

In Summary

  • หลักการ 80/20 หรือ The Pareto Principle คือหลักการที่คิดค้นโดยวิลเฟรโด พาเรโต (Vilfredo Pareto) นักเศรษฐศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีที่ค้นพบว่าทรัพย์สินกว่า 80% ของประเทศ เป็นของประชากรแค่เพียง 20% เท่านั้น
  • หลักการนี้เปลี่ยนมุมมองที่ว่าทำเท่าไรได้ผลลัพธ์เท่านั้้น เพราะบางครั้งผลลัพธ์กว่า 80 เปอร์เซ็นต์มักจะมาจากการตัวแปรเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนทั้งหมดเท่านั้น
  • หลักการนี้สามารถปรับใช้ในการทำงานได้ โดยจะช่วยให้เราทุ่มเทแรงได้ถูกจุดมากขึ้น มองหาส่วนของงาน 20 เปอร์เซ็นต์ที่สำคัญที่สุด แล้วทุ่มแรงให้กับงานส่วนนั้น เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าที่จะทุ่มเวลามากมายในส่วนของรายละเอียดที่ไม่ได้สำคัญเท่าไรนัก

“80 เปอร์เซ็นต์ของผลลัพธ์เกิดจากการลงแรงเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงหลักการ 80/20 ในเรื่องของการจัดการเวลาไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่า จริงๆ แล้วเจ้ากฎนี้ทำงานยังไงกันแน่ วันนี้เราจึงวนกลับมาอีกรอบ เพราะถ้าคุณรู้จักปรับใช้กฎ 80/20 นี้ มันจะพลิกชีวิตทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตการทำงานของคุณ แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

กฎ 80/20 จริงๆ แล้วมีชื่อว่ากฎ ‘The Pareto Principle’ ตั้งตามชื่อของ วิลเฟรโด พาเรโต (Vilfredo Pareto)

นักเศรษฐศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีที่ทำวิจัยแล้วพบว่าทรัพย์สินกว่า 80% ของประเทศ เป็นของประชากรแค่เพียง 20% เท่านั้น โดยแนวคิดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เกือบทุกแง่มุมในชีวิต เพราะมันมีหลักคิดพื้นฐานที่เข้าใจง่ายๆ ว่า “หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตไม่ได้ส่งผลเท่ากัน ออกแรงไปเท่าไหร่ ไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลเท่านั้น”

ยกตัวอย่าง โรงงานหนึ่งมีคนงาน 100 คน ไม่ได้หมายความว่า จะมีคนงาน 100 คน ที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพจนส่งผลถึงผลลัพธ์แบบ 100% แต่จริงๆ แล้วผลลัพธ์ 80% อาจมาจากพนักงานแค่ 20% ก็ได้ หรือปัญหา 80% ในระบบคอมพิวเตอร์ อาจมาจากบัคเพียงแค่ 20%

พออธิบายแบบนี้แล้วเห็นภาพชัดขึ้นไหม?

ฉะนั้น อย่าเพิ่งเชื่อว่าทำเท่าไหร่ ได้ผลลัพธ์เท่านั้น เพราะการทำน้อยได้มาก ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ประโยชน์ของหลักการ 80/20 มุมมองใหม่ในการทำงาน

หลายคนคงสงสัย แล้วแนวคิดนี้จะมาช่วยอะไรเราล่ะ?

คำตอบก็คือช่วยให้เราโฟกัสถูกจุดมากขึ้น

ถ้าปัญหา 80% เกิดจากบัค 20% ก็แก้บัคเหล่านั้นก่อน ไม่ต้องตามแก้ทั้งหมด หรือถ้าเรารู้ว่าผลงาน 80% มาจากพนักงาน 20% ก็ให้รางวัลพนักงานเหล่านั้น

หลักการนี้ยังทำให้รู้ว่า เราควรลงทุนหรือลงแรงตรงจุดไหนที่จะสร้างความต่างได้ ไม่ใช่ลงทุนลงแรงไปกับ 80% ที่เหลืออย่างเสียเปล่า และแทบจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย

อีกหนึ่งตัวอย่างที่อาจทำให้เข้าใจมากขึ้น คือลองหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่นแล้ววาดรูปบ้านสักหลังหนึ่ง จับเวลาจนกว่าคุณจะวาดเสร็จอย่างสมบูรณ์ และลองมาย้อนดูกันว่าคุณใช้เวลากับการวาดอะไรมากที่สุด?

สมมุติว่าภาพนั้นเสร็จสมบูรณ์ภายใน 4 นาที แน่นอนว่าแทบทุกคนจะวาดโครงสร้างบ้านเสร็จตั้งแต่นาทีแรกแล้ว นั่นคือจุดที่เราเห็นบ้านเป็นรูปเป็นร่าง เป็นบ้านที่เข้าไปอยู่อาศัยได้แล้ว ส่วนเวลากว่า 3 นาทีที่เหลือ เราใช้ไปกับการเติมรายละเอียด วาดรั้วดอกไม้ วาดลวดลายหน้าต่าง ใส่ลายกระเบื้องหลังคา หรือบรรยากาศรอบบ้าน

แน่นอน เวลา 3 นาทีที่เกินมาทำให้บ้านดูน่าอยู่และสวยงามขึ้นมาเป็นกอง แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เจ้าโครงสร้างตัวบ้าน (ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด) มันเสร็จไปตั้งแต่นาทีแรกแล้ว

และนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องโฟกัสกับรายละเอียดยิบย่อยมากเกินไป เพื่อจะได้ไม่เสียเวลากับส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นโดยใช่เหตุ ฉะนั้นลองใช้หลักการนี้เพื่อค้นหาให้เจอว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องโฟกัส  จัดแบ่งเวลาให้ถูก แล้วเวลาในชีวิตเราจะมีมากขึ้น

แทนที่จะใช้ 1 ชั่วโมงร่างไอเดียนำเสนอที่ยังไม่ผ่านโดยละเอียด 1 ไอเดีย เปลี่ยนเป็นใช้เวลา 1 ชั่วโมงนั้นคิดไอเดีย 6 ไอเดียไปให้บอสเลือกจะดีกว่าไหม? เพราะการคิดและเขียนโดยคร่าวๆ คงใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีต่ออันอยู่แล้ว

แทนที่จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงอ่านบทความหนึ่งโดยละเอียดยิบทุกถ้อยคำ เปลี่ยนเป็นใช้เวลา 5 นาทีในการอ่านผ่านๆ จับประเด็นสำคัญของบทความนั้นดีกว่าไหม? ซึ่งถ้าเรามี 1 ชั่วโมง เท่ากับว่าเราจะอ่านได้ถึง 12 บทความเลย

สุดท้ายนี้เราก็ไม่ได้อยากให้ทุกคนละเลยความสำคัญของรายละเอียดยิบย่อยหรอก ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นต้องผลิตงานชิ้นมาสเตอร์พีซจริงๆ แล้วล่ะก็ นั่นคือเวลาที่ควรจะโฟกัสไปที่รายละเอียดทั้งหมดที่เหลือ เพราะภาพโมนาลิซาคงโด่งดังไม่ได้ หากเป็นเพียงภาพสเก็ตช์ที่ไม่มีรายละเอียดสื่ออารมณ์อะไรเลย

ฉะนั้นโฟกัสให้ถูกจุด แล้วชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไป

Source:

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.