fbpx
Menu
Financial Goal

5 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ยังเข้าใจผิด

5 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ยังเข้าใจผิด

นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้เกิดขึ้นใหม่มากกว่า 7 แสนบัญชี ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นของวิกฤติโควิด-19 ที่หลายคนต้องทำงานอยู่กับบ้าน บางคนตกงานก็ลองหันมาลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อสร้างรายได้ และเมื่อช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมาเกิดกระแสคนแห่ไปจองหุ้น OR ของเครือบริษัท ปตท. ทั้งๆ ที่หลายคนยังไม่มีพอร์ตหุ้น แต่ว่าขอซื้อไว้ก่อน

ซึ่งการเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หลังเกิดวิกฤตนั้น หลายๆ คนได้กำไรเป็นจำนวนมาก เพราะตลาดเป็นขาขึ้น จนคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องง่าย และไม่หาความรู้ด้านการลงทุน ซึ่งในระยะยาวอาจจะทำให้สูญเงินจำนวนมากได้

ในบทความนี้ SHiFT Your Future ได้รวบรวม 5 ข้อที่นักลงทุนหน้าใหม่ยังเข้าใจผิด มีเรื่องอะไรบ้าง

“การเทรดหุ้น” กับ “การลงทุนหุ้น” เหมือนกัน

“การเทรดหุ้น” กับ “การลงทุนหุ้น” เหมือนกัน

การเทรดหุ้นคือการคาดการณ์ว่าหุ้นที่เราซื้อนั้นถูก และจะไปขายแพง เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างในระยะสั้น โดยอาจจะไม่ได้ดูพื้นฐานของธุรกิจนั้นๆ เลย หรือการเล่นแบบ Day Trade ซื้อ-ขายภายในวันเดียว หวังจะรวยเร็ว ซึ่งก็มีโอกาสกำไรหรือขาดทุน

ส่วนการลงทุนในหุ้น จะเหมือนการเข้าไปซื้อกิจการที่สนใจเหมือนเข้าไปเป็นเจ้าของ ศึกษาธุรกิจมาเป็นอย่างดี และถือในระยะยาว อาจจะ 3-5 ปี ทยอยเพิ่มทุนเข้าไปทีละนิด รวมถึงคอยดูว่าธุรกิจที่ลงทุนไปนั้นมีแนวโน้มจะเจริญเติบโตในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งการลงทุนลักษณะนี้จะรอผลตอบแทนในรูปแบบของปันผล หรือ มูลค่าของราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

5 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ยังเข้าใจผิด

ซื้อ-ขายหุ้นตามข่าวที่ได้รับ

แน่นอนว่าการลงทุนนั้นเราจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา แต่ละคนจะเลือกช่องทางการรับข่าวสารแตกต่างกันออกไป บางคนฟังจากสื่อหลัก บางคนติดตามเซียนหุ้น บางคนรอเพื่อนบอก และทำการซื้อขายตามสิ่งที่ได้รับมา โดยไม่รู้ว่าหุ้นที่ซื้อไปทำธุรกิจอะไร หรือถึงแม้จะรู้ว่าทำธุรกิจอะไร ก็ไม่รู้ว่าธุรกิจจะมีแนวโน้มเติบโดต่อไปหรือไม่ หรือหุ้นนั้นกำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง เช่น

เมื่อได้ข่าวว่าหุ้น X จะขึ้นไปถึง 10 บาท/หุ้น ในขณะที่ปัจจุบันราคากำลังไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จาก 8 บาท/หุ้น ไปสู่ 9 บาท/หุ้น เราก็ตัดสินใจซื้อทันทีที่ 9 บาท/หุ้น เพราะมั่นใจว่ามันจะไปต่อ แต่เมื่อซื้อเสร็จ หุ้น X กลับถูกเทขายลงมาที่ 8 บาท/หุ้น เท่าเดิม สุดท้ายต้องตัดสินใจขายทิ้งเพราะทนถือขาดทุนไม่ไหว

ซึ่งนักลงทุนที่มีประสบการณ์เมื่อฟังข่าวเดียวกันก็จะเริ่มคิด วิเคราะห์ แล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นเกินความเป็นจริงไปหรือไม่ ธุรกิจของหุ้นตัวดังกล่าว ปัจจุบันเป็นอย่างไร มีแนวโน้มขยายธุรกิจ ทำกำไรเพิ่มในระยะยาวได้หรือไม่ และที่สำคัญคือเรามีความรู้ในธุรกิจนี้จริงหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจซื้อเข้าซื้อในช่วงเวลาที่เหมาะสม และถือไว้ในระยะยาว

“การเทรดหุ้น” กับ “การลงทุนหุ้น” เหมือนกัน

หุ้นถูก คือหุ้นที่ราคาต่อหน่วยต่ำ

ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้นมีตั้งแต่ราคาหน่วยต่ำกว่า 1 บาท ไปจนถึงหน่วยละหลายร้อยบาท ซึ่งนักลงทุนหน้าใหม่มักจะคิดว่า ซื้อหุ้นราคาต่ำๆ ดีกว่า เพราะหุ้นถูกและใช้เงินลงทุนน้อย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะหุ้นราคาต่ำๆ นั้น ในความเป็นจริงแล้วราคาอาจจะแพงกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก

การดูว่าหุ้นตัวไหนราคาถูกหรือแพงนั้น ในความเป็นจริงแล้วนั้นจะต้องดูภาพรวมของธุรกิจในปัจจุบันและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต รวมถึงดู อัตราส่วนราคาหุ้นเทียบกับกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) ในอดีตและปัจจุบัน ของหุ้นตัวนี้น และของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน ก่อนจะเลือกว่าหุ้นตัวไหนราคาถูกที่สุดและมีแนวโน้มได้ผลตอบแทนดีที่สุด

5 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ยังเข้าใจผิด

ใส่หมดหน้าตัก ไม่ต้องกระจายความเสี่ยง

เรามักจะได้ยินคำว่า All in หรือใส่หมดหน้าตัก กับผู้ที่ชื่นชอบการเทรดหุ้นระยะสั้น โดยเฉพาะคนที่เข้ามาด้วยเงินต้นทุนที่น้อย และหวังจะทำกำไรอย่างรวดเร็ว แต่การเล่นลักษณะนี้เหมือนการวัดดวงกับตลาดหุ้นมากกว่าการลงทุน เพราะสุดท้ายแล้วคุณก็อาจจะแพ้ให้กับตลาด และต้องกลับไปนั่งเลียแผล ก่อนจะหาเงินก้อนใหม่เข้ามาเช่นต่อหรืออาจจะเลิกไปเลยเพราะเข็ดกับตลาดหุ้น

ซึ่งใครความเป็นจริงถึงแม้จะเริ่มต้นลงทุนที่ต้นทุนน้อย ก็จะเลือกกระจายซื้อหุ้นในหลายๆ อุตสาหกรรม และทยอยซื้อเพิ่มในภายหลัง ซึ่งการซื้อหุ้นในหลากหลายอุตสาหกรรมจะช่วยกระจายความเสี่ยงกับการลงทุนได้มากในระยะยาว ถึงแม้ว่าการกระจายซื้อหุ้นอาจจะทำให้เราได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการเสี่ยงซื้อตัวเดียวก็ตาม

5 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ยังเข้าใจผิด

ตลาดหุ้น คาดการณ์ได้

ตลาดหุ้นคือความไม่แน่นอนสุดๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต่อให้เป็นผู้ที่ลงทุนอยุ่ในตลาดหุ้นมาหลายปีก็ยังไม่มีใครที่สามารถคาดการณ์ราคาหุ้นในตลาดได้ เพราะราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงนั้นมันมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเสริมด้วย เช่น วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงยกแผง ถึงแม้ว่าในขณะนั้นแนวโน้มธุรกิจหลายๆ บริษัทกำลังจะดีก็ตาม

สุดท้ายนี้ เราต้องยอมรับว่าการลงทุนหุ้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอด เพราะเมื่อมีความรู้ก็จะทำให้คุณอยู่รอดในตลาดได้นานมากขึ้นนั่นเอง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำไม! การตลาดนอกตำราอย่าง Makoto Marketing ถึงประสบความสำเร็จ
5 ข้อดีของการเรียนคอร์สออนไลน์ สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด

No Comments

    Leave a Reply

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save