‘ตั้งคำถาม ตรวจสอบตรรกะ พยายามหาคนคิดต่าง’ 3 วิธีที่จะพัฒนา Critical Thinking ของคุณ

Sep 7, 2020 1 min read
‘ตั้งคำถาม ตรวจสอบตรรกะ พยายามหาคนคิดต่าง’ 3 วิธีที่จะพัฒนา Critical Thinking ของคุณ

In Summary

  • เฮเลน ลี โบยกิวส์ อดีตพาร์ทเนอร์จาก McKinsey & Company เปิดเผยว่าปัญหามากมายที่องค์กรใหญ่พบเจอมาจากสาเหตุเดียว คือ การขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
  • ผู้นำองค์กรมักจะเชื่อมั่นในความคิดของตนมากไป ด่วนสรุป เลือกหาหลักฐานมาสนับสนุนแต่สิ่งที่ตนเองต้องการ และนั่นคือสิ่งที่ตรงข้ามกับการคิดเชิงวิพากษ์ที่ต้องคิดอย่างรอบคอบและเป็นกลาง
  • การคิดเชิงวิพากษ์เป็นทักษะที่ฝึกกันได้ด้วยการฝึก 3 วิธีนี้ ได้แก่ ตั้งคำถามกับข้อสรุปของตัวเอง ตรวจสอบความถูกต้องของตรรกะ มองหาความคิดและวิธีการที่แตกต่าง และนำมาปรับใช้

หลายครั้งที่ผู้นำองค์กรใหญ่ๆ หลงมั่นใจว่าบริษัทตนเองไม่ว่าอย่างไรก็เป็นผู้นำตลาดที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่สุดท้ายก็ต้องแทบเป็นลมเมื่อพบว่าลูกค้ากลับไม่เลือกที่จะต่อสัญญาแล้ว 

หรือหลายครั้งที่บริษัทวิ่งหาบริษัทที่ปรึกษาเพราะการจัดการในองค์กรตนเองผิดพลาด พัฒนาตามเทคโนโลยีไม่ทัน หรือบอร์ดบริหารหัวเก่าไม่เข้าใจการทำงาน ซึ่ง เฮเลน ลี โบยกิวส์ (Helen Lee Bouygues) อดีตพาร์ทเนอร์จาก McKinsey & Company บริษัทให้คำปรึกษาชื่อดังได้เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วสารพัดปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากสิ่งเดียวเลยคือการไม่มีทักษะ ‘การคิดเชิงวิพากษ์’ (Critical Thinking)

ผู้นำองค์กรที่มีปัญหามักจะไม่ใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ มากพอ ไม่ประเมินให้ครอบคลุม ด่วนสรุปเกินไป หรือบางครั้งก็เลือกอิงจากหลักฐานที่สนับสนุนความต้องการของพวกเขา การไม่มีการทบทวนวิธีคิดของตนเอง ทำให้คนเรามักจะมั่นใจเกินไป และนั่นทำให้ผู้นำเหล่านี้ขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ไปอย่างหน้าเสียดาย

การคิดเชิงวิพากษ์คือการคิดอย่างมีเหตุผล ประเมินผลรอบด้าน คิดอย่างเป็นกลาง มองภาพจากความจริง หมั่นทบทวนวิธีคิดของตนเองเสมอ หรือทุกอย่างที่ตรงข้ามกับวิธีที่คิดของผู้นำที่กล่าวมาข้างต้นนั่นแหละ การคิดแบบนี้ฝึกกันได้ไม่ต้องเป็นห่วงไป และนี่คือ 3 นิสัยง่ายๆ ที่คุณควรฝึกทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์ของคุณได้

หลายคนอาจจะบอกว่าที่ผ่านมาตนเองทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากทักษะการคิดวิพากษ์ยังไม่ดีขึ้น แสดงว่าคุณไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ การจะเพิ่มทักษะหรือนิสัยอะไรบางอย่างนั้น ต้องอาศัยการทำเป็นประจำ จนค่อยๆ ซึมซับไปจนถึงวันที่คุณทำได้เองอย่างไม่รู้ตัว

Photo from: Unsplash
  1. ตั้งคำถามกับข้อสรุปของตัวเอง

เฮเลนเล่าว่าหลายครั้งที่เธอเห็นบริษัทใหญ่ๆ ที่ไม่เคยตั้งคำถามกับข้อสรุปของตัวเอง ทำแบบเดิม ทั้งๆ ที่ถ้าคิดสักนิดอาจได้กำไรมากขึ้น เช่น บริษัทเสื้อผ้าที่มองกลุ่มลูกค้าผิดและตั้งราคาสูงเกิน ซึ่งถ้าหากตั้งต่ำกว่านี้อาจทำเงินได้มากกว่านี้

แน่นอนว่าการจะตั้งคำถามกับทุกการตัดสินใจนั้นยุ่งยากเกินไป และอาจทำให้เราเครียดเกินควรได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือเลือกจังหวะในการตั้งคำถามให้เหมาะสม กล่าวคือ ให้ตั้งคำถามกับการตัดสินใจใหญ่ๆ ที่ต้องการการคิดอย่างรอบคอบ เช่น เมื่อต้องวางกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่ ควรตั้งคำถามกับตัวเองให้ครอบคลุม หาหลักฐานหรืองานวิจัยเกี่ยวกับการคาดการณ์ตลาดมารองรับ ใช้เวลากับการทบทวนข้อสรุปทั้งหมดนี้ มองหาตัวเลือก หรือตั้งคำถามจำพวก ‘ถ้าเกิดว่า’ เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจที่คุณเลือกนั้นมีรอยรั่วน้อยที่สุด

และการตั้งคำถามในลักษณะนี้คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมที่ช่วยสร้างมุมมองใหม่ๆ และพัฒนากระบวนการคิดของคุณ

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของตรรกะ

เฮเลนยกตัวอย่างบริษัทผลิตชุดชั้นในที่มียอดขายตกฮวบ แต่ไม่สามารถหาสาเหตุได้ เมื่อเธอเข้าไปตรวจสอบจริงๆ แล้วจึงพบว่าบริษัทนั้นผลิตชุดชั้นในแบบเดียวส่งออกไปทั่วโลก โดยเหมารวมว่าชุดชั้นในแบบนี้คือแบบที่ขายดีที่สุดและคนทั่วโลกต้องชอบ แต่จริงๆ แล้วแต่ละประเทศมีรสนิยมที่แตกต่างกัน และนั่นคือตัวอย่างการใช้ตรรกะที่ไม่ถูกต้องที่เรียกกว่าการ Generalization หรือการเหมารวมนั่นเอง

การใช้ตรรกะที่ไม่ถูกต้องอีกรูปแบบหนึ่งที่พบได้บ่อยคือรูปแบบของ Post Hoc คือการเชื่อว่าถ้าหาก A เกิดต่อจาก B นั่นหมายความ A ทำให้เกิด B ซึ่งนั่นไม่จริงเพราะสองสิ่งนี้อาจแค่เกิดต่อกัน แต่ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น การที่ผู้จัดการเชื่อว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะสุนทรพจน์ที่น่าสนใจของบริษัทในเดือนก่อน ซึ่งต้องตรวจสอบความเชื่อนี้ให้ดีด้วยการหาหลักฐาน หรือสถิติมาพิสูจน์ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ทิศทางการทำงานผิดเพี้ยนไปได้

Photo from: Unsplash
  1. มองหาความคิดที่แตกต่าง

มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คนมักจะจับกลุ่มกับคนที่มีความเห็นและปฏิบัติตัวเหมือนกันเสมอ และในโลกออนไลน์ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเปิดมุมมองใหม่ได้ เพราะอัลกอริทึมของโซเชียลมักจะจดจำสิ่งที่เราสนใจ และหาแต่สิ่งเหล่านั้นมาให้ และนี่คือปัญหาใหญ่ เพราะเมื่อเราอยู่แต่กับคนที่คิดเหมือนเรา เราจะยิ่งมั่นใจในความคิดของตนเองมากขึ้น และความเชื่อของเราก็จะเปลี่ยนยากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงจำเป็นมากที่จะก้าวออกจากบับเบิลของตัวเอง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อนก็ได้ ถ้าคุณเป็นนักบัญชี ให้ลองหาเพื่อนที่อยู่แผนกการตลาด ลองฝึกตัวเองให้เข้าหาคนที่แตกต่างกับเรามากขึ้น พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับพวกเขา รับฟังความเห็นที่แตกต่าง เวลาขอคำแนะนำจากใคร อย่าเพิ่งแสดงอคติให้เขาเห็นว่าเราโน้มเอียงไปทางไหน ให้เขาพูดความเห็นที่แท้จริงของเขาออกมาก่อน และรับฟังก่อน นั่นจะทำให้เราเป็นนักคิดที่ดีขึ้น

นิสัยเหล่านี้อาจฟังดูง่าย แต่การจะปฏิบัติให้ได้เป็นประจำนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด คุณต้องเอาชนะความคิดแบบเดิมๆ ของตัวเองก่อน อดทน มุ่งมั่น และมีสติเสมอ คุณจะทำได้เป็นประจำ และกลายเป็นนักคิดวิพากษ์ที่รู้ทันและรอบคอบไปกับทุกขณะความคิดของตนเองแน่นอน

Source

Join the conversation

Great! Next, complete checkout for full access to SHiFT Your Future.
Welcome back! You've successfully signed in.
You've successfully subscribed to SHiFT Your Future.
Success! Your account is fully activated, you now have access to all content.
Success! Your billing info has been updated.
Your billing was not updated.